[2PMFic] Ranma3/4 : EP1,KD&TJ

posted on 27 Jul 2009 21:32 by 2pmtime in Ranma
 
 
Ranma 3/4

Couple : Taecyoen X Jay ,
Nichy X Wooyoung X  Chansung

Writer : diy (ดีไอวาย)

 
Warning:  (I know they're really MAN. write this just for fun. Don't be serious!!)


Fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ตัวละครอ้างอิงคาแรคเตอร์สมาชิกวง 2PM
มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BOY'S LOVE

เรื่องราวในฟิคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลจริง
หรือสถานที่จริงที่ได้อ้างอิงเอาไว้เเต่อย่างใด

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเเละการเเสดงความคิดเห็น

 

สารบัญ

OPV ประกอบ Fiction

 

 

 

Chapter 1

 

 

(อย่าลืมอ่านอินโทรด้วยน้า มันมีอินโทรก่อนด้วยนะคะ)

 

แกล้งตาย…ต้องแกล้งตาย!

ผมฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยรถแน่นิ่ง แกล้งสลบไม่สนใจเสียงเคาะกระจกรถที่ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ

…กูตายแล้วคร้าบ กูตายแล้วไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น คร่อกกก!!   

ย้อนกลับไปเมื่อสิบห้านาทีก่อนหน้านี้ ผมเพิ่งวางสายจากรุ่นพี่ที่ผมสนิทด้วย พี่เจย์โทรมาถามว่าเมื่อไหร่ผมจะมารับเพราะผมให้เขารอที่สนามบินจะครึ่งชั่วโมงแล้ว…เอ่อ คือห้าวินาทีก่อนที่พี่เค้าจะโทรมา ผมกำลังฝันว่าได้แลกเบอร์กับเจสสิก้า อัลบ้าอยู่เลยฮะ ตื้อตั้งนานเลยนะครับกว่าเธอจะยอมให้เบอร์ผมแต่ละตัว (อ้อ แต่ผมไม่ได้สปีกอิงลิชหรอกนะครับ พอดีในฝัน เจสสิก้า อัลบ้า สปีคโคเรียสำเนียงปูซานได้น่ะครับ ผมเลยสบายเลย) ประเด็นคือเธอกำลังจะจดเบอร์ตัวที่ 6 ให้ผมอยู่แล้วเชี๊ยว!! โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ โหย! ตอนนั้นโคตรอารมณ์เสียครับ!! เตรียมด่าพ่อล่อแม่คนโทรเต็มที แม่งเอ๊ยยยย เจสสิก้า อัลบ้าเลยนะเว้ย!!! แต่ปรากฏว่าเกือบตายครับ ดีนะยั้งปากทัน  เลยไฟล์ทเค้ามาเป็นครึ่งชัวโมงแล้ว ผมเลยโกหกพี่เขาไปว่า กำลัง On the way ครับ ขืนบอกความจริงว่าแค่ฟันก็ยังไม่ได้แปรงนี่อาจจะถึงตายก่อนได้กลับมาฝันถึงเบอร์ตัวที่ 7 ของเจสสิก้าแน่ๆ

แต่มันไม่ใช่ความผิดผมเสียหน่อย! ก็ไอ้ชานซองมันตื้อให้เล่นเกมส์จนเช้านี่หว่า ไม่เล่นกับมัน มันก็จะกวนผมไม่เลิก ผมไม่มีทางเลือกเลยต้องเล่นด้วย กว่าจะได้นอนก็ 8 โมงเช้า สุดท้ายผมก็หลับเป็นตายสิครับ เพราะงั้นความผิดไอ้ชานซองชัดๆ!!

เกริ่นเรื่องให้เปลืองหน้าน้ำลายเล่นไปพอสมควร ผมยังไม่ได้เล่าถึงสาเหตุที่ต้องมาแกล้งนอนตายอยู่บนพวงมาลัยนี่เลยใช่ไหมครับ ใจเย็นฮะ.. คือพอผมวางสายจากพี่เค้าปุ๊บ ผมก็ล้างหน้าแปรงฟันอย่างลวกๆ (น้ำไม่อาบฮะ หนาว) แล้วรีบลงมาถอยฮุนไดตกทอดสามรุ่นจากตระกูลจางออกไปรับเสด็จทันที แต่แหม๊~~~ ไม่ใช่ความผิดผมอีกแล้วครับ ความผิดไอ้ชานซองครับ!! มันดั๊นมาปรับกระจกข้าง ปรับกระจกมองหลัง ปรับเบาะ ปรับแม่งทุกอย่างจนผมขับรถไม่ถนัดเอาเสียเลย ไอ้ผมใจร้อนเลยเลยกะว่าจะขับไปด้วยค่อยๆปรับทุกอย่างกลับเข้าที่ไปด้วย รู้ตัวอีกทีก็…โครม!….นั่นแหละฮะ…ฮุนไดของผมไปเสยกันชนรถคนอื่นแบบเต็มๆ 

แล้วคราวนี้ใครผิดฮะ?…แน่นอนชานซองมันไม่อยู่ให้โบ้ย แล้วไอ้เฟอรารี่สีแดงมันก็มาทางเอกเสียด้วย…แสดงว่าไอ้ฮุนไดเก่าเก็บที่มาทางโทอย่างผมก็เป็นฝ่ายผิดเห็นๆ 

ผิดเต็มๆ จ่ายเต็มๆแน่นอน…ลูกผู้ชายทำอะไรต้องรับผิดชอบ ผม จาง อูยองท่องประโยคนี้มาตั้งแต่ชั้นประถมครับ แต่มันต้องไม่ใช่ในสถานการณ์ที่ฮุนไดยอดรักของผมหมดประกันไปตั้งกะปีที่แล้ว ไม่ใช่ตอนที่ผมบ่จี๊ยืมเงินชานซองมันใช้มาร่วมสองอาทิตย์ และไม่ใช่ตอนที่ผมอยากพิสูจน์ว่าในชีวิตคนเรามันจะสามารถ ‘หน้าด้าน’ ได้ขนาดไหนด้วยครับ… 

ฮะ~ เขาว่ากันว่าถ้าหมีมาให้แกล้งตาย แต่ขับรถชนก็แกล้งตายได้ฮะถ้าหน้าด้านพอ….รู้ตัวอีกทีผมก็หน้าด้านเนียนสลบอยู่บนพวงมาลัยหนีปัญหาได้ประมาณสองนาทีถ้วนแล้วฮะ แต่ร้ายกว่านั้นไอ้หมอนั่น เจ้าของรถเฟอรารี่(ที่ผมยังไม่เห็นหน้า พอดีผมแกล้งตายก่อนฝั่งนั้นจะได้เปิดประตูรถออกมาด้วยซ้ำ) ก็สติลทำร้ายมือตัวเองเคาะกระจกรถผมได้ระยะเวลาเท่าๆกัน แถมยังดังขึ้นเรื่อยๆด้วย…อะไรจะอดทนขนาดนั้นวะ 

แต่เฮ้ย! ถ้าเคาะแล้วมือบาดเจ็บอย่ามาเรียกร้องเอาค่ารักษาพยาบาลนะจะบอกให้ ตามกฎหมายผมต้องรับผิดชอบแค่ค่าซ่อมรถที่ถูกชนเท่านั้นนะเว้ย (แต่ผมไม่ให้เพราะผมไม่มี ผมหน้าด้าน… ผมบอกไปแล้วใช่ไหมครับ) 

ว่าแต่เอ๊ะชักเงียบ… 

เงียบแล้วแฮะ… 

ผมอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาขึ้นมอง…โอ๊ะ เจ้าของเฟอรารี่มันหายไปแล้วครับ รึมันจะทนความหน้าด้านหน้าทนของผมไม่ไหวแล้วยอมล่าถอยกลับไป…เออะ ผมคงหลอกตัวเองมากไปครับ เพราะไม่กี่วินาทีให้หลังผมถึงกับต้องกระเด้งตัวขึ้นแบบอัตติโนมัติ ประหนึ่งวิญญาณเข้าร่างแบบปัจจุบันทันด่วน… 

เฮ้ยยยยย เมิงค้าบบบบใจเย็นเว้ยค้าบบบบ 

ผมรีบลงจากรถทันทีโดยไม่ต้องสงสัย ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นเชิงห้ามทันทีที่ไอ้หมอนั่นเริ่มง้างไม้หน้าสามกะจะทำลายกระจกหน้ารถผม แม่งงงง มึงจะดิบไปไหมค้าบบบบ แล้วไปเอาไม้หน้าสามมาจากไหนวะเนี่ย!! 

“โห ใจเย็นๆดิพี่ชาย ค่อยๆคุยกันดีกว่านะ วางลงคร้าบวางลง~” ผมค่อยๆเนียนเดินไปหยิบไม้หน้าสามออกจากมือมันครับ ซึ่งมันยอมแต่โดยดี…โฮ่ โล่งอก ว่าแต่หนักนะเนี่ย มึงหาจากไหนมาเนี่ย 

และเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นหน้าคู่กรณีชัดๆครับ สูงกว่า…ขาวกว่า…ถึงจะใส่แว่นดำอยู่ทำให้เห็นหน้าไม่ชัด แต่ดูก็รู้ว่าหล่อกว่า…แม่งเกลียดขี้หน้าครับ หมั่นไส้ สูง หล่อ ดูดี ขับเฟอรารี่ กูจะบ้า โลกนี้ไม่ยุติธรรม! 

“ก็นึกว่าตาย เลยกะพังกระจกแล้วช่วยหามศพออกจากรถ…”ไอ้หล่อพูดเสียงโหดครับ…แหมไอเดียบรรเจิด แต่ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงก็รู้ว่าไม่ได้คิดอย่างที่พูด... 

“เปล่าเฮ้ย! ไม่ได้ตายแค่สลบ แบบเมื่อกี๊ตกใจเลยสลบ…แล้วเพิ่งฟื้นเมื่อกี๊~พอดีเลยนะเนี่ย!!” ผมพูดเสียงร่าเริง…หน้าด้านไหมครับ…ทำโล่ให้ผมที ไอ้หล่อมองผมนิ่งประมาณนาที ท่าทางจะสังเวชผมมาก 

“จะเอาไง ดูก็รู้ใช่ไหมว่านี่นายน่ะผิดเต็มประตู” ไอ้หล่อมันพูดกับผมครับ คิ้วขมวดเชียว ใบหน้าหล่อๆพยักเพยิดไปทางเฟอรารี่ที่ตอนนี้กันชนมันบุบไปแถบใหญ่เลยครับ  ส่วนฮุนไดของผมเป็นฝ่ายชนแต่ดูจะเสียหายน้อยกว่าไม่ค่อยบุบเท่าไหร่ โถ่ บอกแล้วเห็นไหมครับให้ใช้ของในประเทศ เกาหลีทำเกาหลีใช้สิครับ… 

“ว่าไงจะยอมจ่ายค่าเสียหายซ่อมรถ หรือว่าจะไปโรงพักเผื่อจะคุยอะไรได้ง่ายขึ้น” โอ๊ะ! โรงพักเหรอ ไม่เอาๆ พ่อรู้ผมโดนเหยียบตายเลย แล้วเงินไม่มีอ่ะ ประกันก็ไม่มีอ่ะ ทำไงอ่ะ โฮกกกกก 

ผมเงียบ…ไอ้หล่อเงียบ…จ้องกันไปจ้องกันมา (ไม่ท้องฮะ ไม่ใช่ปลากัด) และซักพักผมก็ทนอึดอัดไม่ไหว เอาวะ!!ไหนๆก็ไหนๆแล้ว 

“โอเคๆ สารภาพก็ได้อ่ะ ตอนนี้ไม่มีเงิน ประกันก็ไม่มีด้วย” ผมพูดเสียงอ่อย 

“แล้วไง…? งั้นไปโรงพัก” ไอ้หล่อเริ่มขมวดคิ้วอีกแล้วครับ  โห่เอะอะขู่ไปโรงพัก อะไรวะ ใจร้ายว่ะ!! หล่อซะเปล่า!! 

“เฮ้ยใจเย็นดิพี่ชาย! ค่อยๆพูดค่อยๆจากันก็ได้ม๊าง…” ผมพยายามตะล่อม “เอางี้ไหม เอาเบอร์ผมไป แล้วเดี๋ยววันหลังเรานัดมาจ่ายค่าเสียหายกัน บอกว่าตอนนี้ไม่มีเงิน ใช่ว่าตอนหน้าจะไม่มี แล้วสัญญาว่าจะจ่ายให้แน่ๆ สาบานเลยเอ๊า” ผมยื่นข้อเสนอพร้อมกับชูสัญญาณมือลูกเสือขึ้นปฏิญาณ ซึ่งทำไอ้หล่อเงียบไปนิด มันนิ่งคิดก่อนที่จะยื่นมือมาทางผม 

“เอามือถือนายมา”

“ทำไมอ่ะ”

“เอามา” 

ผมยื่นมือถือของผมไปให้ ไอ้หล่อกดจึ๊กๆแป๊บเดียวก่อนจะคืนให้ผม 

“เบอร์ชั้น” ไอ้หล่อว่า ก่อนจะควักมือถือตัวเองออกจากกระเป๋ากางเกง โอ้โห! นี่มัน CYON ARENA รุ่นล่าสุดที่บิ๊กแบงเป็นพรีเซ็นเตอร์นี่หว่า  โคตรเท่อ่ะ โห่อะไรวะ เฟอรารี่ก็แล้ว มือถือหรูก็แล้ว แม่งติดสินบนพระเจ้าก่อนมาเกิดป่ะเนี่ย สวรรค์ลำเอียงไปแล้วเว้ย! 

 

แชะ! 

 

เพราะมัวแต่อิจฉาริษยาอยู่ครับเลยไม่ทันสังเกตว่าไอ้หล่อถ่ายรูปผมไปแล้ว…

“โทรมาภายในอาทิตย์นี้ ไม่งั้นชั้นจะเอารูปนายไปทำใบปลิวแล้วแจกประจานแถวนี้เล่นๆ เข้าใจนะ อย่าลืมโทรมาล่ะ” มันว่าพร้อมกับยิ้มอย่างเป็นต่อ…โอเค…หล่อฮะผมไม่เถียง แต่เฮ้ยยย!! อะไรวะ เล่นงี้เลยเหรอวะ! ผมมัวแต่อึ้งอยู่เนี่ยแหละเลยไม่ทันได้เรียกมันที่ขึ้นรถไปแล้ว ผมได้แต่มองเฟอรารี่ที่ค่อยๆขับออกไปอย่างมึนๆครับ

แล้วผมก็เดินกลับไปนั่งที่ฮุนไดของผมอย่างหงุดหงิด ว้อยยย สงสัยวันนี้จะก้าวเท้าผิดข้างก่อนออกจากบ้านอะไรมันจะซวยขนาดนี้ นอกจากจะโดนแบล็กเมลล์แล้ว ผมยังต้องไปรับพี่เจย์อีกไกลด้วย ไม่อยากจะจินตนาการเล้ยว่าไปถึงผมจะโดนเฉ่งขนาดไหนที่ให้พี่เขารอนานขนาดนี้ 

ผมเริ่มสตาร์ทรถอีกครั้ง… อีกครั้ง….เอ่ออีกครั้งแล้วกันครับ…. 

ผมเริ่มขมวดคิ้ว อ้าวเฮ้ย…! เป็นอะไรไปวะ อยู่ๆฮุนไดของผมมันก็ไม่ติดเสียอย่างนั้นครับ 

“โอ๋ๆใจเย็นๆลูกพ่อ เมื่อกี๊เผลออยากได้เฟอรารี่ไปพ่อไม่ได้เจตนา จะบ้าเหรอ พ่ออ่ะรักเดียวใจเดียวอยู่แล้ว” 

ผมพยายามจะปลอบมันฮะ มันเป็นอย่างนี้ทุกทีเวลาที่ผมเผลอไปมองรถคันอื่นด้วยสายตาอยากได้ แหม๊ ขี้น้อยอกน้อยใจ…ปกติปลอบไม่นานก็จะกลับมาติดให้เหมือนเดิมครับ แต่วันนี้ท่าทางจะงอนยาว ผมพยายามอยู่หลายรอบก็ไม่ได้ผล อะไรวะเนี่ยยยย!! พยายามเท่าไหร่ก็ไม่ติดซะที 

สุดท้ายผมเลยต้องโทรไปบอกพี่เจย์ว่าไปรับไม่ได้แล้ว ผมถอนหายใจ วันนี้มันซวยจริงๆ แล้วจะกลับยังไงวะเนี่ย สงสัยต้องให้จุนโฮเพื่อนผมมารับฮะ บ้านมันอยู่แถวนี้พอดี ขณะที่กำลังไล่กดหาเบอร์จุนโฮ ผมก็เพิ่งเห็นครับว่าไอ้หล่อมันพิมพ์ชื่อมันไว้ในเครื่องผมว่ายังไง 

 

 

…..(เจ้าหนี้) Nichkhun…..

 

 

ชื่อแปลกฮะ ก็คิดอยู่เหมือนกัน จากสำเนียงดูแล้วไม่น่าจะใช่คนเกาหลี…. ผมมองเบอร์ไอ้หน้าหล่ออย่างหมั่นไส้สุดๆ… 

“เดี๋ยวปั๊ด โทรจีบแทนเจสสิก้าซะเลยนี่~!“