[2PMFic] Ranma3/4 : EP2,KD&TJ

posted on 28 Sep 2009 19:53 by 2pmtime in Ranma
 
 
Ranma 3/4

Couple : Taecyoen X Jay ,
Nichy X Wooyoung X  Chansung

Writer : diy (ดีไอวาย)

 
Warning:  (I know they're really MAN. write this just for fun. Don't be serious!!)


Fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ตัวละครอ้างอิงคาแรคเตอร์สมาชิกวง 2PM
มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BOY'S LOVE

เรื่องราวในฟิคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลจริง
หรือสถานที่จริงที่ได้อ้างอิงเอาไว้เเต่อย่างใด

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเเละการเเสดงความคิดเห็น

 

สารบัญ

OPV ประกอบ Fiction

[2PMFic] Ranma3/4 : Intro,TJ&KD

 

 

 

Chapter 2

 


คนเราไม่ได้มีเเต่สิ่งที่ชอบอย่างเดียว ทุกคนล้วนมีสิ่งที่เกลียดด้วย
ผม…ปาร์คเเจบอม ก็เป็นมนุษย์ธรรมดา เพราะอย่างนั้นผมเองก็มีสิ่งที่เกลียดเหมือนกัน


สิ่งที่เกลียดอย่างเเรก...ที่วัดความสูง



ไอ้เนี่ยเกลียดมาตั้งเเต่เด็ก เกลียดฝังเส้น เห็นที่วัดส่วนสูงเเล้วเส้นเลือดใต้กล้ามมันกระตุก

เคยไหมครับ ตอนเด็กๆ เปิดเทอมทีไรโรงเรียนจะสั่งให้นักเรียนไปห้องพยาบาลเพื่อเร็คคอดน้ำหนักส่วนสูง พูดตรงๆเลยนะว่าถึงปกติผมเองจะเตี้ยเเบบเห็นได้โด่นเด่น ไม่ต้องวัดก็รู้ว่าเตี้ยกว่าคนอื่นก็เถอะ เเต่ไม่มีช่วงเวลาไหนในโลกที่ผมจะเกลียดไปมากกว่าช่วงเวลาที่ต้องประจานความสูงของตัวเองออกมาเป็นตัวเลขต่อหน้าคนอื่นๆอีกเเล้ว

อยู่ที่ซีเเอทเทิลตั้งเเต่เกิด ไอ้พวกเด็กฝรั่งไม่ว่าชายหรือหญิงตอนเกรด 1 มันยังสูงกว่าผมตอนเกรด 6 เลยคิดดู  ผมหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ทุกครั้ง ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องปัญหาความด้อยทางพันธุกรรมของประชากรทวีป ประชากรชาติ ลามไปพันธุกรรมคนในครอบครัว คนเอเชียเตี้ยกว่าคนยุโรป คนเกาหลีเตี้ยกว่าคนอเมริกา พ่อของผมก็เตี้ยกว่าพ่อไอ้จอร์จ เเล้วการที่ผมเเจบอมคนนี้เตี้ยขนาดนี้นี่ต้องโทษใคร (โทษพ่อก็ไม่ได้อีก...บาป)  แล้วประเด็นคือผมไม่เข้าใจว่าจะจดไปทำไม ถ้าจดเเล้วเอาไปวิเคราะห์วิจัยศึกษาดีเอ็นเอ หรือหาสารเคมี เพื่อเปลี่ยนยีนส์หรือทำอะไรก็ได้ให้ผมสูงขึ้นผมจะไม่ว่าเลย เเต่นี่เเค่บันทึกความเตี้ยผมเล่นๆ เเละก็มองดูผมเตี้ยเเบบทำอะไรไม่ได้ไปวันๆ จดไปทำไมวะ มันไม่ได้มีประโยชน์เลยเหอะ!!

ส่วนไอ้ที่เกลียดเป็นอย่างที่สอง อันนี้เกลียดกว่า เกลียดแบบเข้ากระดูกดำ ชนิดที่ว่าถ้าสิ่งนี้มาใกล้ผมเกิน 1 เมตร และมายุ่งวุ่นวายกับผมเกิน 5 นาทีผมต้องมีอาการเหมือนคนขาดออกซิเจน


สอง.......ปาร์คเเจบอมเกลียด..เกย์!!

ครับ เกย์ ตุ๊ด กระเทย เก้ง กวาง  หรืออะไรก็ได้ที่ไว้ใช่เรียกคนประเภทนี้ผมเกลียดหมด!!

ทำไมน่ะเหรอ? จะบอกว่าผมใจแคบก็ได้นะ ถึงยุคนี้เสรีภาพมันเสรีไปถึงไหนแล้ว ผมก็ยอมรับว่าตัวเองเกลียดคนพวกนี้จริงๆ! ก็เพราะไอ้พวกน่าขยะเเขยงพวกนี้เเหละที่ทำให้ผมอยากจะอาเจียนทุกครั้งที่พบ!!

ถ้าถามถึงสาเหตุ มันก็คงเป็นเพราะความหลังฝังใจสมัยยังเด็กล่ะมั้ง แต่ที่แน่ๆส่วนหนึ่งมันก็มาจากปัญหาพันธุกรรมประชากรทวีป ประชากรชาติ เเละครอบครัวเหมือนเดิมอีกนั่นเเหละ นอกจากพ่อผมจะเตี้ยกว่าพ่อไอ้จอร์จเเล้ว เเม่ผมยังต่างกับเเม่ไอ้จอร์จอย่างสิ้นเชิง ตัวเล็ก หมวย ขาว ผิวชมพู ตาเฉี่ยว ปากกระจับ เเล้วก็มีความสามารถถ่ายโอนทุกอย่างมาที่ลูกชายหัวเเก้วหัวเเหวนอย่างผมประหนึ่งเครื่องถ่ายเอกสาร ภาพพจน์ของผมในสมัยนั้นเลยแบบว่า ถึงจะเป็นอาตี๋เเต่กลับได้อารมณ์อาหมวย น่ารักซะไม่เมี๊ยะ~ ใครๆก็ว่าผมหน้าสวยโง้นงี้ แล้วไอ้พวกเกย์แม่งก็ชอบเข้าใจผิดคิดว่าผมอยากไปร่วมปลูกป่าเดียวกันด้วย เข้ามาจีบผมอยู่เรื่อย!!

เฮอะ!!~ ขอโทษว่ะ!! ถึงจะหน้าหวานแต่ผมก็เป็นผู้ชายทั้งแท่งนะเว้ย  ผมน่ะแมน แมนมากๆ คำว่า “ลูกผู้ชาย” ผมท่องขึ้นใจก่อนท่อง A-Z ได้เสียอีก ท่องจนขึ้นสมอง ท่องจนฝังเข้าในในสมองส่วนซีรีบรัม ท่องจนแม่ยังต้องสงสัยว่าผมไม่เหนื่อยบ้างเหรอ  แต่ผมก็ยังมั่นใจในความแมนของตัวเอง แล้วทำไมพวกนั้นถึงมองแค่ภายนอกของผมแล้วต้องเหมารวมด้วยวะ 


ชิท! ไม่ยุติธรรมว่ะ!

แต่เอาเถอะครับ อดีตมันก็คืออดีต ตอนนี้ผมอัพเลเวลแล้ว พันธุกรรมประชากรชาติก็ทำอะไรผมไม่ได้ (ยกเว้นความสูงที่มันเกินจะเยียวยา) เพราะตอนนี้ผมเข้าฟิตเนตอัพหุ่นจนฟิตเปรี๊ยะ~! ถึงผมจะยังตัวเล็กกว่าไอ้พวกฝรั่งอยู่ก็เถอะ แต่อยากน้อยผลลัพท์จากกล้ามแต่ละข้างของผม คงสามารถต่อยตุ๊ดที่บังอาจเข้ามาใกล้ให้ได้มีน็อคกันไปบ้างแหละวะ!! (มั้งนะ ยังไม่เคยลอง)

ว่าแต่ผมมาสาธยายสิ่งที่เกลียดให้พวกคุณฟังทำไมเสียยืดยาว  ที่ผมจะบอกก็คือ เพราะไอ้สิ่งที่เกลียดที่แหละครับที่มันทำให้ผมต้องบินลัดฟ้าอย่างเร่งด่วนกลับเกาหลีทันทีที่ได้ข่าวว่าน้องสาวสุดที่รักของผมกำลังจะหมั้น!! หมั้นอ่ะไม่เท่าไหร่หรอก ถึงผมจะหงุดหงิดว่าคุณย่าโอเวอร์ไปหน่อยที่ให้โซฮีที่อยู่แค่ ม.ปลาย หมั้นหมาย แต่ยังไงผมก็ไม่โมโหเท่าที่สายของผมรายงานมาว่า จริงๆแล้วไอ้หมอนั่นมันแม่งไม่ใช่ชายแท้!!

คิดดูซิฮะ น้องสาวคนเดียวของผม!! ที่สำคัญดูท่าโซฮีจะไม่ได้รังเกียจไอ้หมอนั่นด้วย เพราะสายผมบอกว่าน้องออกไปเที่ยวกับมันหลายครั้ง และก็มีโทรศัพท์คุยกันทุกวันด้วย สายผมยังบอกว่า มันอายุมากกว่า ภายนอกมันก็ดูหล่อดี ตัวสูงเหมือนนายแบบ ดูดีชนิดผู้หญิงเห็นคงต้องมองเหลียวหลังเลยแหละ เสียสองอย่างคือดำและหน้าแก่เกินอายุไปหน่อย แต่อะไรก็ไม่แย่เท่าจริงๆแล้วแม่งเป็นตุ๊ดหรอกครับ!!

แถมแม่งตุ๊ดควายอีกต่างหากด้วยเหอะ!

 ถึงทั้งคุณย่าและโซฮีจะบอกว่ามันไม่ได้เป็นอ่ะนะ แต่สายผมบอกว่ามันน่ะเป็นแน่ๆ! และเท่าที่ผมฟังมานะผมก็ว่ามันเป็นชัวร์ว่ะ มันนะขับรถมินิสีชมพู ข้างในมีตุ๊กตาขนปุยเต็มไปหมด ผู้ชายที่ไหนเขาสะสมคิตตี้วะ แถมเวลาหัวเราะบางทีมีป้องปากร้อง โฮะๆๆๆด้วยอ่ะ แค่คิดก็โคตรตุ๊ดครับ!

แต่เอาเถอะ ผมก็ไม่ได้ฟันธงอะไรมากมาย รอเจอกับตัวก่อนเหอะ  ถ้ามันเป็นจริงๆนะ โดนแน่! ผมไม่มีวันยอมให้โซฮีโดนตุ๊ดหลอกหรอก! ก็ไอ้พวกนั้นน่าขยะแขยงจะตาย เหมือนอย่างไอ้ดำที่ผมเจอที่สนามบินตอนบ่ายไง แม่งผมเห็นมันมองมาที่ผมบ่อยมากอ่ะ กะแล้วว่ามันต้องเป็น ตัวก็ใหญ่อย่างกับควายยังสะดิ้งอีก เห็นแล้วอยากอ้วก ซวยชิบ! ไม่ได้กลับมาเกาหลีตั้งนาน มาถึงทำไมต้องเจอตุ๊ดต้อนรับเป็นคนแรกด้วยวะ ไอ้อูยองนะ ถ้ากูเจอมึงโดนดีแน่ ทำให้กูต้องยืนให้ตุ๊ดแทะโลมอยู่ตั้งนาน แถมสุดท้ายยังไม่มารับแล้วให้กลับมาเองอีก แล้วดูดิ๊กว่าจะถึงบ้านผมหลงในโซลไปสามรอบ โคตรซวย!
.
.
.
.
.

“ที่รัก กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ”

ผมคิดเสมอว่าถ้าโจควอนไม่ใช่ญาติสนิทที่ป้าฮีจินฝากฝังให้ดูแลเหมือนน้องชายแท้ๆแล้วล่ะก็…บางทีผมอาจจะเผลอเตะคนตรงหน้าไส้ไหลไปตั้งแต่มือสวยเกินผู้ชายนั่นกล้าดีมาลูบแผงอกเขาอย่างไม่กลัวตายแบบนี้แน่ๆ เจอหน้าก็กวนเลยนะ

“เอามือออกไปโจควอน” เสียงเข้มก็แล้วแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะมือที่ควรจะล่าถอยกลับยิ่งลูบไล้หนัก แถมยังเสริมออฟชั่นพิเศษในการกวนโมโหผมด้วยการสูดปากเปรี้ยวอย่างที่รู้ว่าผมไม่มีวันชอบแน่ๆ แต่ก็ยังทำ

“You know what I mean”
“ฮ่าฮ่า Don’t get mad น่าพี่ชาย ผมล้อเล่นหรอกน่า ว่าแต่ตลกชะมัด ผมบอกข่าวเรื่องโซฮีกับพี่ไปแค่สองอาทิตย์พี่รีบบินมาเลยเหรอ”

นี่แหละฮะ สายที่ผมว่า โจควอนนี่แหละที่บอกผมเรื่องไอ้หมอนั่น

“ถ้าไม่กลับมาจัดการ โซฮีโดนตุ๊ดหลอกทำไงล่ะห๊ะ~” ผมหงุดหงิด “เออ แล้วโซฮีล่ะ”
“แต่งตัวสวยอยู่ข้างบนโน่น คืนนี้แฟนจะมารับเที่ยว…” โจควอนพูดแล้วหัวเราะเสียงใส

ผมขมวดคิ้วทันที ว่าไงนะแสดงว่าวันนี้ไอ้ตุ๊ดนั่นมันจะมารับโซฮีเหรอ?

เออ มาถึงเกาหลีก็ได้เจอเลย ดวงเจอตุ๊ดของผมมันจะแจ๊กพ็อตไปไหม เหยียบอินชอนก็เจอไปแล้ว กลับมาโซลก็กำลังจะได้เจออีก เออดีจะได้รู้กันไปเลยว่ามันเป็นจริงหรือเปล่า แล้วถ้าปรากฏว่ามันเป็นจริงๆนะ คอยดูกันว่าคืนนี้จะจบด้วยเลือดหรือเปล่า

“เออ มันชื่ออะไรนะไอ้หมอนั่นน่ะ” ผมถาม โจควอนหันมาตอบหน้าตาร่าเริง

“อ๋อ ชื่อ อคแทคยอน น่ะ”

.
.
.
.
.
.
.

“ขอบใจที่มาส่งนะเว้ยจุนโฮ” ผมหันไปพูดกับจุนโฮในขณะที่ปิดประตูรถของเขาอย่างเบามือ แพงฮะแพง…ปิดแรงเดี๋ยวเป็นรอยไม่มีปัญญาเคลม ขนาดแค่ฮุนไดเก่าเก็บของผมยังต้องยืมตังค์จุนโฮเข้าอู่ก่อนเล้ย

จุนโฮพยักหน้าแล้วยิ้มให้ จุนโฮเป็นเพื่อนที่คณะผมเองครับ เท่มาก ถ้าพวกคุณได้รู้จักนะหลงแน่ๆ เพราะจุนโฮหน้าเหมือนเรนโคตรๆฮะ เรนที่เป็นนักร้องดังๆน่ะ แต่อย่าเผลอเรียกจุนโฮว่าเรนนะครับ เคืองไปสามวันยังไม่เลิกเคือง จุนโฮมันฝังใจ มันเคยโดนผู้หญิงหลอกคบเพราะหน้าเหมือนเรน วันๆชอบมีสาวๆมากรี๊ดมันเพราะคิดว่ามันเป็นเรน ผมว่านะ มันก็ดีออกหน้าเหมือนคนดัง แต่มันบอกมันน่าโมโหต่างหากครับไม่มาเป็นมันไม่มีทางรู้ ไปไหนมาไหนเหมือนมีวิญญาณเรนตามหลอกหลอนตลอด

 
มันบอกว่า มันไม่ชอบที่ไม่มีใครมองมันที่ตัวตนของมันครับ…

 

 (------ตอบได้ดราม่าโคตรครับ--------)

แต่ผมก็ยังคิดว่ามันก็ดีกว่าใครมองแล้วเลยผ่านแบบหน้าอย่างผมแล้วกันนะ อีกอย่างผมว่ามันน่ะคิดมาก มันน่ะมีดีด้วยตัวของมันครับ ถ้าไม่นับหน้าตานะ จุนโฮก็เท่แล้วก็เต้นเจ๋งไม่แพ้เรนตัวจริงเลยแหละ นิสัยโคตรแมน ผมโชคดีมากที่ได้เขาเป็นเพื่อน นอกจากจะเจ๋งแล้วนะ ใจยังกว้างด้วย ดูสิครับ โทรมาให้ช่วยเรื่องรถ จุนโฮยังมาเลย แถมยังออกเงินซ่อมรถให้ก่อนอีก ทั้งๆที่ผมก็ไม่รู้ว่าจะคืนเงินได้เมื่อไหร่นะเนี่ย T^T

ฮึก~จุนโฮผู้แสนดี

“เออ แล้วนี่จุนซูบอกฉันว่า อาทิตย์หน้าที่กองถ่ายโฆษณาที่มันฝึกงานอยู่มีรับ Extra ด้วยนะ ฉันเลยบอกให้มันน่ะกันที่ไว้ให้นายแล้ว อย่าลืมมาล่ะงานนี้เงินดีด้วย” ( หมายเหตุ *Extra = ตัวประกอบ)

จุนโฮพูดกับผม โอ๊ะ~งานเหรอ!! แถมกันที่ไว้ให้แล้วด้วย ดูสิฮะ จุนโฮแม่งโคตรของโคตรดี! นี่ถ้าไม่กลัวเข้าใจผิดว่าเป็นเกย์ ผมกระโดดจูบปากขอบคุณไปแล้วนะเนี่ย (แต่กลัวโดนเตะฮะ) จะจูบเผื่อจุนซูด้วย แสนดีเหมือนกันคนนี้ ตอนนี้ถึงผมจะเรียนอยู่ก็เหอะ แต่ค่าใช้จ่ายในโซลมันก็มาก ผมก็เลยทำงานพิเศษด้วย และก็ได้จุนซูนี่แหละที่คอยช่วยหางานเป็นตัวประกอบตามกองถ่ายให้ จุนซูกับจุนโฮเป็นรูมเมทกันฮะ จุนซูเรียนคณะดนตรี แต่ไม่รู้ทำไมมันดันทำงานพิเศษในกองถ่ายโฆษณาครับ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจมันเท่าไหร่ (แต่มันแย่งงานพวกนิเทศน์แบบผมชัดๆเลยฮะ)

“ขอบใจนะเว้ยจุนโฮ” ผมซึ้งน้ำตารื้นเลยนะฮะเนี่ยไม่ได้โม้
“นายต่ออายุฉันเลยนะเว้ยเนี่ย นี่ถ้าไม่มีงานอาทิตย์นี้ ตอนแรกกะไปขายตัวเลี้ยงชีพแล้วนะเนี่ย” ผมปล่อยมุกครับ ก๊ากกก หน้าอย่างผม ขายตัวใครจะซื้อครับ ฮ่าฮ่า แต่จุนโฮทำคิ้วขมวดไม่เข้าใจมุกผมครับ ผมเลยโบกมือปัดๆว่าช่างเหอะ…ชินแล้วครับเวลาปล่อยมุกแล้วคนตรงหน้าไม่ขำเนี่ย คือจุนโฮมีต่อมขำขันเล็กเท่าจิ๋มมดครับ จุนโฮไม่ใช่คนเครียดนะครับ เรียกว่าไม่รู้ว่าความตลกคืออะไรดีกว่า คือถ้าปล่อยมุกไปสิบมุก จุนโฮจะขำอยู่มุกเดียวครับ แล้วถ้าปล่อยไปมุกเดียวแบบเมื่อกี๊ก็อย่าหวังว่าคนตรงหน้าจะขำเสียให้ยาก

แล้วเราก็คุยอะไรกันอีกเล็กน้อยครับ ถ้าใครเดินผ่านมันอาจจะแปลกใจ ที่เห็นผู้ชายสองคนยืนคุยกัน คนนึงอยู่ในรถ อีกคนยืนอยู่หน้าบ้าน แล้วทำไมไม่ชวนเข้าบ้านน่ะเหรอฮะ?

ฝันไปเถอะครับ ถ้