[2PMFic] Ranma3/4 : EP3,KD&TJ

posted on 04 Oct 2009 15:39 by 2pmtime in Ranma
 
 
Ranma 3/4

Couple : Taecyoen X Jay ,
Nichy X Wooyoung X  Chansung

Writer : diy (ดีไอวาย)

 
Warning:  (I know they're really MAN. write this just for fun. Don't be serious!!)
Fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ตัวละครอ้างอิงคาแรคเตอร์สมาชิกวง 2PM
มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BOY'S LOVE
เเต่ทั้งหมดนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลจริง
หรือสถานที่จริงที่ได้อ้างอิงเอาไว้เเต่อย่างใด

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเเละการเเสดงความคิดเห็น

 

สารบัญ

[2PMFic] Ranma3/4 : Intro,TJ&KD

[2PMFic] Ranma3/4 : EP1,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP2,KD&TJ

 

Chapter 3

 

 

“บ้าว่ะ ฮ่าฮ่า”

ไอ้คุณมันว่าพร้อมกับระเบิดหัวเราะทันทีที่ผมเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์แปลงร่างเป็นตุ๊ดเมื่อตอนบ่าย   ร่างสูงไม่แพ้กันนั้นปาดน้ำตาที่เกิดจากการหัวเราะพลางตบคอนโซลรถผมทำนองว่าถูกใจ
 
ถ้าถามว่าทำไมตอนนี้ไอ้เพื่อนสุดหล่อของผมมันมาอยู่ในรถผมได้ คงต้องย้อนไปตอนที่ผมเพิ่งออกจากสนามบินน่ะแหละครับ หลังจากที่อยู่ๆมันก็วางสายไป มันก็โทรมาอีกทีบอกว่ามันรถชน รถเข้าอู่ ไอ้ผมมันก็ว่างกว่าจะถึงเวลานัดไปรับน้องโซฮีก็ตั้งห้าโมง และด้วยความที่ผมเป็นเพื่อนที่แสนดีและแสนจะหน้าตาดี (ไม่มีถ่อมตัว) ผมก็เลยขับมารับไอ้คนไม่มีรถครับ

 “อะไรกัน! มาว่าแทคซี่บ้าได้ไงอ่ะฮ้า ~คนใจร้ายยยยย”  ผมแกล้งตัดพ้อแล้วโบกไม้โบกมือแบบสะดิ้งๆใส่คนข้างตัว 

“แท็กซี่นี่ชื่อคนหรือว่าชื่อรถ ฮ่าฮ่า แล้วขอเหอะ มึงจะทำอะไรช่วยดูหน้ามึงก่อนได้ป่ะ” มันว่าแล้วหัวเราะอย่างไม่สะเทือนจิต แต่ผมฟังแล้วสะเทือนใจครับ ก็เข้าใจว่าหนังหน้าผมมันปานคนงานในกรมราชทัณฑ์ แต่ได้ยินอย่างนี้ผมก็น้อยใจนะ ใจร้ายยยย อะไรกันแทคซี่ออกจะสวยยยยย (อ้วก)

ผมแกล้งทำหน้างอนแบบกระเทยควายไม่เจียมบอดี้ใส่มันครับ เราสนิทกันจนเกินจะมารักษามาดใส่กันแล้วล่ะ กับตัวไอ้คุณเองก็ใช่ว่ามันจะเผยธาตุแท้กับใครง่ายๆ เห็นหน้าอย่างนี้ผมอยากจะบอกว่าลึกๆแล้วมันร้ายไม่ใช่เล่นครับ!

ไอ้ที่บอกว่าร้าย ไม่ได้หมายความว่าร้ายแบบผู้ร้ายนะครับ แต่ร้ายแบบ…คุณไม่มีทางรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ในใจ…คุณไม่มีทางฟันธงได้ว่ามันเป็นคนยังไงกันแน่ แบบนั้นมากกว่าครับ

อาจจะเป็นเพราะไอ้คุณมันโดดเด่นมาแต่ไหนแต่ไร ทำให้ไม่ว่าจะพูดหรือจะทำอะไรก็มีผู้คนมากมายคอยจับตามองครับ และในบรรดาสายตาเหล่านั้นมันก็มีทั้งที่ชื่นชมรวมไปถึงที่มุ่งร้ายด้วย เพราะเป็นแบบนั้น ไอ้เพื่อนผมคนนี้มันเลยมีเกราะหลายแบบห่อหุ้มตัวเองไว้ครับ มีทั้งที่เป็นตัวตนจริงๆและที่มันสร้างขึ้นมา…บางทีมันก็ดูขี้เล่นเหมือนเด็กๆ บางทีมันก็ดูจริงจังแบบผู้ใหญ่ เรียกว่ารวมร่างตัวเองได้เก่งยิ่งกว่าโงกุนฟิวชั่นเสียอีก ผมไม่สามารถบอกได้หรอกว่าอะไรคือตัวตนที่แท้จริงของมันบ้าง เอาเป็นว่าคุณจะรู้จักตัวตนไอ้คุณก็เท่าที่มันอยากให้คุณรู้แหละครับ…..แต่ในฐานะเพื่อน….ผมก็ยืนยันนะครับว่ามันเป็นคนดี

“ถามจริง ไอ้ที่ไปแกล้งเขาเนี่ย เพราะชอบ?” ไอ้คุณถามผม ในขณะที่มันไม่รู้ว่าผมแอบนินทามันไปหลายยก ฮ่าฮ่า

“เปล่า” สั้นๆง่ายๆได้ใจความ ผมตอบแบบแมนๆเลยครับ ว่าเปล่า! ก็แค่…แค่คิดว่าน่ารักดีเวลาโกรธเลยอยากจะแกล้งเท่านั้นเอ๊ง พอเห็นหน้าเหวี่ยงๆมันก็รู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาเฉยๆ

“จริงอ่ะ ไม่ใช่ว่าอยากเปลี่ยนจากฟันหญิงเป็นฟันดาบนะ ฮ่าฮ่า”

คำถามของไอ้คุณแฝงไว้ในคำพูดที่ฟังดู แสนธรรมด๊าธรรมดา แต่มีคำว่า ‘แรง!’ วิ่งเล่นเป็นอีมอญซ่อนผ้าอยู่ข้างหลังครับ  ว่าแต่ใครก็ได้ช่วยเตือนไอ้คุณทีครับว่ามันเป็นคนต่างชาติ กรุณาอย่าสำบัดสำนวนเกินหน้าเกินตา ผมรู้ครับว่ามันหัวไว แค่นี้ก็พูดได้หลายภาษาแล้ว ไม่ต้องคล่องไปทุกภาษาก็ได้ ขอเหอะแค่หน้าตาดีก็พอไม่ต้องฉลาดอีก สงสารมนุษย์ชาติที่สัมผัสได้ถึงความลำเอียงของพระเจ้ากันบ้าง

“ถ้ากูอยากฟันดาบ มึงเสร็จกูไปนานแล้ว”  ผมหัวเราะ ก็มันจริงนี่ครับ นี่ถ้าผมคิดจะชอบผู้ชายด้วยกันล่ะก็ ไอ้คุณไม่น่ารอด ก็นอกจากมันจะหล่อแล้ว ไอ้คุณยังมีฟังค์ชั่นน่ารัก และ สวย อีกสองฟังค์ชั่นในตัวด้วยครับ ผมถึงบอกไงครับว่าถ้าผมชอบผู้ชายนิชคุณมันเสร็จผมไปแล้ว บอกแล้วว่าพระเจ้าน่ะลำเอียง

“จะว่าไปนิชชี่ไม่สนจะเล่นกีฬาฟันดาบกับแทคซี่หน่อยเหรอฮ้า รับร้องเร้าใจนะจะบอกให้” ผมยังไม่เลิกเเอ๊บเป็นกระเทยครับ (ชักสนุก =__=)

“พอเหอะแทค เสื่อมว่ะ ถ้ากูท้องอยู่นี่ เจอมึงเข้าไปกูช็อคจนแท้งเลยนะ” ไอ้คุณมันว่า ผมเลยหยุดสะดิ้ง เลิกเล่นก็ได้วะ…จริงๆคิดภาพตัวเองแล้วมันก็คงเสื่อมจริงๆแหละครับ

“แล้วนี่ไปรับน้องโซฮีให้ยูบินแล้วไปไหนต่อ” มันถามผม
“ก็คงไปส่งมึง ไปส่งโซฮีไปหายูบิน แล้วก็ไปหาอะไรทำฆ่าเวลารอรับโซฮีกลับว่ะ”
“โห เมิงนี่จริงๆเลยว่ะ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ยังเอากระดูกมาแขวนคออีก”

ไอ้คุณมันว่า…แล้วใช้ประโยคยากๆอีกแล้ว นี่เมิงเป็นคนต่างชาติจริงป่ะเนี่ย

ส่วนเรื่องที่ไอ้คุณว่าผมเอากระดูกแขวนคอ ถ้างงเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังครับ คือยูบินเป็นลูกพี่ลูกน้องของผมเอง ส่วนน้องโซฮีนี่เป็นว่าที่คู่หมั้นผมครับ อ๊ะๆๆ อ่านไม่ผิดครับ ว่าที่คู่หมั้นจริงๆ และคงไม่ได้เลื่อนขั้นไปเป็นเต็มตัวแน่ๆ….เพราะอะไรนั้น ผมจะอธิบายเหตุผลแบบสั้นๆง่ายๆถ้าฟังแล้วไม่เข้าใจให้ไปถาม google หรือสะกิดถามเพื่อนข้างๆแล้วกันนะครับว่ามันหมายความว่ายังไง คือเอาง่ายๆเลยว่า ผมเป็นหมาหัวเน่าเพราะว่าสองคนนั้นเขา…เอ่อ เล่นดนตรีไทยกันครับ

“เห็นว่าบ้านน้องเขาชอบมึงมากไม่ใช่เหรอวะ”
“เออ ย่าน้องเขาโคตรอยากได้กูเป็นหลานเขยอ่ะ ก็อย่างว่ากูหล่อขนาดนี้ใช่ป่ะ”
“ฮ่าฮ่า เยี่ยมมากแทค มึงหลงตัวเองได้อย่างแนบเนียน” ไอ้คุณมันว่า ผมเลยหัวเราะ ก็มันจริงนี่นา…บ้านของผมกับบ้านน้องโซฮีเรารู้จักกันตั้งแต่ผมเด็กๆแล้วล่ะครับ ตอนเด็กๆผมก็เคยมาที่บ้านนี้อยู่ครั้งสองครั้งมั้ง คือมันก็เด็กมากจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่ผมก็จำได้เลาๆเหมือนกันว่าบ้านนี้เขามีลูกสาวน่ารัก ฮ่าฮ่าฮ่า ตอนกลับจากบอสตันใหม่ๆ แม่ผมก็บอกว่าคุณย่าน้องเขาอยากเจอผม และพอเจอเท่านั้นแหละครับ ท่าทางคุณย่าจะชอบผมมาก ตามประสาคนหน้าตาดีใครๆก็อยากได้เป็นหลานเขย (แหวะ)

“จริงๆบ้านน้องเขาก็ออกจะชอบมึง มึงก็ไม่น่าไปหักหลังเขาเลยว่ะ”
“ช่วยไม่ได้นี่หว่า อีกอย่างคนบ้านนั้นไม่ได้ชอบกูทุกคนหรอก ก็มีบางคนนะที่ดูไม่ชอบหน้า ไปรับโซฮีทีไรเจอทู๊กที แถมจิกกัดกูทุกครั้งที่เจอหน้าเลยว่ะ” แค่นึกหน้าขึ้นมาผมก็ขนลุกแล้วครับ ก็รายนั้นมองมาที่ผมทีนี่สายตาเชือดเฉือนกันสุดๆ
“ใครอ่ะ”


“อืม ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกโซฮีจะเรียกว่า…..โจควอน

+++++++++++++++++++++++++++++



“พี่เขาเป็นคนดีนะพี่แจบอม”



อ๋อเหรอ…

 

“อย่าไปฟังพี่ควอนสิ บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าลงไม้ลงมือกับพี่เขาหนูโกรธจริงๆด้วย”



ไม่ลงไม้ลงมือแต่ลงตีนลงอาวุธแทนได้ไหมวะ

 

“อีกอย่างคุณย่าเป็นโรคหัวใจนะ แล้วพี่แทคเป็นคนโปรดคุณย่าด้วย เพราะงั้นอย่าพูดอะไรไร้สาระหรือทำอะไรให้คุณย่าช็อคนะพี่แจบอม”

“……..”

ผมขมวดคิ้วยุ่งทันที…อย่างนี้ท่าทางแผนการดักกระทืบตุ๊ดหลังบ้านอาจจะต้องล้มเลิก เกิดทำมันแล้วย่าช็อคเข้าโรงพยาบาล ผมมันก็ไอ้หลานเนรคุณเลยสิ


ในขณะที่ผมเริ่มคิดแผนใหม่ โซฮีก็ยังไม่เลิกจ้องเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ ผมเลยชักสีหน้าหงุดหงิดยอมตอบส่งๆไป

“เอาเป็นว่าพี่จะไม่ทำอะไรมัน…” …ที่นี่ก็ได้วะ เอาไว้ค่อยไปดักตีหัวแม่งข้างนอกแทนแล้วก็ได้ โด่ อีกอย่างผมมีอีกหลายแผนสำรองไว้ ถึงแผนทำร้ายร่างกายจะต้องพับเก็บไว้ก่อน แต่ที่สมควรทำที่สุดตอนนี้คือต้องเปิดเผยธาตุแท้ตุ๊ดลวงโลกของมันให้ที่บ้านของผมได้ประจักษ์ครับ

“ควอน นายเตรียมมาหรือยังที่ฉันบอก” ผมหันไปกระซิบกับคนข้างๆทันทีที่โซฮีคล้อยหลังไป ไอ้น้องชายของผมมันยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วชูถุงอะไรบางอย่างในมือขึ้นมา


“เรียบร้อย จิ้งจก หนอน และแมลงสาบปลอม อยู่ในนี้พร้อม!!”


เยี่ยม นี่แหละครับ พอไอ้ตุ๊ดมันเข้ามาในบ้าน ผมก็จะให้ควอนแกล้งทำถุงนี้ตกต่อหน้ามัน และพอมันกรี๊ดและเผยธาตุแท้เท่านั้นแหละครับ หึหึหึ น้องโซฮีและคุณย่าก็จะได้รู้เสียทีว่าเสียทีตุ๊ด! วะฮ่าฮ่า ฉลาดจริงๆเลยเรา ไม่รู้ไปเอาความคิดอันเป็นเอกลักษณ์(ตรงไหน?)มาจากท้องพ่อท้องแม่ใครกันน้า

คิดแล้วก็อารมณ์ดี แต่ยังไงผมก็คงอารมณ์ดีไม่เท่าควอนหรอกครับ รายนั้นไม่รู้เป็นบ้าอะไรหน้าบานเป็นกระด้งไม่หยุด


“อารมณ์ดีอะไรขนาดนั้นเนี่ย”


“เปล๊า~” ยักไหล่แล้วก็ฮัมเพลงเดินจากไปจากอารมณ์เบิกบาน อะไรของเขาวะ =__=

เอาเถอะ รายนี้เข้าใจยากมาตั้งแต่เด็กๆแล้วครับ สารภาพว่าผมไม่เคยเข้าใจความคิดมันเลยดีกว่าไอ้น้องชายคนนี้

พอควอนเดินไปสมทบกับโซฮีในห้องนั่งเล่น ผมก็หยิบมือถือออกมาโทรหาไอ้อูยองครับ จะได้เรียกมันมากระทืบ (ผมล้อเล่น) เอาจริงๆก็ไม่ได้กลับเกาหลีมาตั้งนานแล้ว ถ้าจะกลับส่วนใหญ่ก็เป็นช่วงซัมเมอร์ใหญ่ที่ซีแอทเทิล เพื่อนๆน้องๆก็แทบไม่ได้เจอกันเลยด้วย ไม่รู้ว่าไอ้อูยองจะเป็นยัง