[2PMFic] Ranma3/4 : EP4,KD&TJ

posted on 08 Oct 2009 18:35 by 2pmtime in Ranma
 
 
Ranma 3/4

Couple : Taecyoen X Jay ,
Nichy X Wooyoung X  Chansung

Writer : diy (ดีไอวาย)

 
Warning:  (I know they're really MAN. write this just for fun. Don't be serious!!)
Fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ตัวละครอ้างอิงคาแรคเตอร์สมาชิกวง 2PM
มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BOY'S LOVE
เเต่ทั้งหมดนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลจริง
หรือสถานที่จริงที่ได้อ้างอิงเอาไว้เเต่อย่างใด

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเเละการเเสดงความคิดเห็น

 

สารบัญ

[2PMFic] Ranma3/4 : Intro,TJ&KD

[2PMFic] Ranma3/4 : EP1,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP2,KD&TJ

 

 

 

 

 

 

Chapter 4

 

 
“ห้ามไปนะเว้ยอูด้ง!”

ไอ้ชานซองขู่ผมด้วยน้ำเสียงตะแง๊วๆ(มันทำได้ฮะ) หลังจากผมวางสายจากพี่เจย์ไป พอผมเดินไปไหนมันก็เดินตามแถมยังดึงชายเสื้อผมซะยืดเลย นี่ถ้าไม่เกรงใจ มันคงลงไปดิ้นตีขาคู่ที่พื้นแบบไม่เหมาะกับอายุหน้าแต่เหมาะกับอายุสมองของมันแน่ๆ (ซึ่งจากการวิเคราะห์ คาดว่าอายุสมองมันคงไม่เกินระยะตัวอ่อนครับ)

กะอีแค่พี่เจย์โทรมาชวนผมกับมันออกไปดริ๊งค์ แล้วมันดันไปไม่ได้เพราะว่านัดทำโปรเจคกับเพื่อนของมันไว้ก่อนแล้วตอนสามทุ่ม แถมเป็นโปรเจคสำคัญที่โดดไม่ได้ด้วย  กะอีแค่เนี้ยยยย ทำเป็น…

“นายเห็นแก่เหล้าฟรีจนยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเลยเหรอ ไปกับพี่เจย์สองคนนี่อันตรายถึงตายเลยนะเว้ย” เออะ นี่มึงจะเว่อร์ไปไหนเนี่ย…แหม ไม่ถึงตายหรอกน่า ก็แค่…แค่หยอดน้ำข้าวต้มเฉยๆก็พอม้าง…แล้วใครบอกว่าผมเห็นแก่เหล้าฟรีครับ!  ผมเห็นแก่เบียร์ฟรีต่างหาก~

พวกคุณอาจจะงง อาจจะสงสัยว่ากะอีแค่การออกไปเที่ยวกับพี่เจย์นี่มันจะอันตรายอะไรขนาดน้าน คือเอาจริงๆถ้าให้เปรียบ พี่เจย์คงเหมือนแม่เหล็กครับ คนคนนี้แค่อยู่เฉยๆก็ดึงดูดแล้ว…ไม่ได้ดึงดูดแบบมีเสน่ห์อะไรแบบนั้นน่ะ คือผมหมายถึง พี่เขาเป็น-ตัวดูดตีนตัวพ่อ- อ่ะครับ

จากประสบการณ์ 4 ปีที่รู้จักกันมา ถ้าได้ออกไปเที่ยวกันทีไร โดยเฉพาะเที่ยวกลางคืนเนี่ย ไม่ได้วิ่งหนีหมาก็ต้องวิ่งหนีตีนนักเลงกลับบ้านเสมอ ปาร์คแจบอมสามารถมากกกกก โคตรจะเป็นปูชนียบุคคลที่น่ายกย่องเพราะหาเรื่องใส่ตัวเก่งโคตรๆ แต่น่าแปลกนะครับ ที่เวลาย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องพวกนั้นผมรู้สึกว่ามันสนุกและหัวเราะได้ทุกที (แต่อีตอนนั้นมันหัวเราะไม่ออกนี่สิครับ)

“ถ้านายยืนยันจะไป งั้นฉันจะไปยกเลิกนัดกับกลุ่ม” ชานซองมันว่า ผมถอนหายใจไปสามเฮือกอย่างช่วยไม่ได้

“คุณลูกครับ…คุณพ่อสัญญาว่าจะไม่ตาย และคุณแม่เจสสิก้าจะไม่เป็นม่ายแน่นอน เพราะงั้นถ้าคุณลูกไม่อยากโดนรีไทร์ คืนนี้ยังไงก็ห้ามโดดเว้ย!!” -ป้าบ- ว่าแล้วผมก็ตบหัวมันเข้าให้หนึ่งดอก (หมั่นไส้ฮะ)

“ใครลูกนาย แล้วใครยอมให้เจสสิก้าเป็นเมียนายห๊ะ” ไอ้ชานซองหันขวับมาถามเสียงเอาแต่ใจ ก่อนจะลูบหัวตัวเองป้อยๆ ส่วนใครยอมให้เจสสิก้าเป็นเมียกรูเนี่ย หึหึหึ ไม่อยากจะพูด! ของอย่างนี้ตบมือข้างเดียวดังที่ไหน น้องเจสยอดรัก(เลื่อนขั้น)ตกลงปลงใจกับผมแล้วนะครับ อ๊ะๆ อย่าดูถูกเชียวนะ ถึงแม้ว่าจากเมื่อครู่ผมจะนอนไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ให้มันรู้ซะบ้างว่าคารมของคาสโนว่าอูยองน่ะมันไม่ใช่ขี้ๆนะครับผม

“ไม่รู้แหละ ถ้าไปโดยไม่มีฉัน ยังไงก็ไม่ให้ไป!!” ชานซองประกาศ แหม เอาตัวเองเป็นแกนกลางโลกเลยนะเมิง
“ถามจริง นายไปด้วยช่วยอะไรได้” ผมถามมัน ก็ปีที่แล้วไปเที่ยวกันสามคน พี่เจย์ดันหาเรื่องคนเมาจนเขาควักอะไรบางอย่างที่คล้ายปืนออกมา ไอ้ชานซองแม่งเผ่นคนแรกเลยครับ
“อย่างน้อยฉันก็จูงนายวิ่ง” ชานซองทำหน้างอน แหน่ะแล้วมีลำเลิกบุญคุณ มันก็จริงที่ถึงแม้มันจะไม่ลืมลากผมไปด้วยก็เหอะนะ (แต่แม่งทิ้งพี่เจย์เลยนี่สิ ดีนะครับมันไม่ใช่ปืนของจริง)

“เออๆๆ ไม่ไปแล้วก็ได้วะ” ผมถอนหายใจ เหนื่อยใจครับเหนื่อยใจ ไอ้ชานซองยิ้มกว้างทันที
“ไปอาบน้ำไป จะได้ไปทำโปรเจคให้เสร็จๆ เดี๋ยวฉันโทรไปเลื่อนพี่เจย์ว่าขอเป็นพรุ่งนี้แทน”
“รักนายว่ะอูยอง”  บอกรักชวนให้สยิวกิ้วพอเป็นพิธี มันก็ยื่นมือมาหยิกแก้มทั้งสองข้างของผมแล้วโยกไปมา  หัวผมโยกไปตามแรงขาหน้าของมัน แหม ลองนึกภาพตามนะครับ ชายหนุ่มวัยกลัดมัน 2 คนยืนหยอกล้อหยิกแก้มกัน ใครผ่านมาเห็นจะเป็นยังไง ให้ตาย คงเป็นภาพที่น่ารักเป็นบ้าเป็นบอเลยมั้ง...  =___=

“เออ สัญญามาก่อนเลย ว่าตอนฉันอาบน้ำนายจะไม่หนีออกไป” มันมีดักคอครับ “ถ้าไม่รับปากขอแช่งให้พ่อนายเป็นตุ๊ด” อ้าว ไอ้เวรชานซอง ห่าแล้วนี่เมิงเล่นพ่อเลยเรอะ
 
 “เออๆๆ รีบๆไปได้แล้วเว้ย” ผมไล่มันด้วยการเตะตูดไล่หลังเข้าให้ มันหัวเราะแล้วยอมคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปจนได้

เฮ้อ…อันที่จริงผมก็รู้นะครับว่ามันเป็นห่วง ใช่ว่าจะไม่เข้าใจ…แต่เอาจริงๆนะชานซอง….พ่อกูก็มีลูกโตเป็นควายขนาดนี้แล้ว ถ้าอยู่ๆจะมาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นตุ๊ด แล้วกูจะทำอะไรได้ว้า…. เฮ้อ…ณ วินาทีนั้นกูคงไม่คิดอะไรแล้วแหละว่ะ…..เพราะงั้น….


“กู -ไป – แล้ว - นะ”

ผมโบกมือหยอยๆทิ้งท้าย แล้วสวอนเลกถอยหลังออกจากประตู เสียงเพลงปัญญาอ่อนที่ไว้ใช้ล้อเพื่อนตอน ม.ต้น ดังแว่วๆมาพร้อมกับเสียงฝักบัวของชานซอง…


….หลอกควายสบายใจจัง หลอกกี่ครั้งก็ยังเป็นควาย…


++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

“ไปโรงพยาบาลไหมมึง”
“หืม? ไปทำไม กูไม่ป่วย”
“กูหมายถึงโรงพยาบาลบ้าน่ะ”

ผมพูดกับมันด้วยน้ำเสียงเอือมระอา แต่ดูเหมือนอคเเทคยอนจะยังไม่เลิกยิ้มเป็นคนบ้าง่ายๆเเน่ๆ


แทคยอนมันบ้า ผมรู้ซึ้งถึงด้านนี้ของมันตั้งแต่รู้จักกับมันได้สามวันแรกแล้วแหละครับ สองวันแรกยังแค่ตั้งสมมุติฐานสงสัย ย่างเข้าวันที่สาม ผมตระหนักเลยว่า ผู้ชายที่ชื่ออคแทคยอนแม่งหลุดโลกของจริง เป็นผู้ชายเลือดกรุ๊ป AB ของแท้เลยทีเดียว ประหลาดตั้งแต่ความคิดยันการกระทำ อย่างที่มันชอบสะสมคิตตี้หรือซื้อรถมินิสีชมพูอะไรแบบนั้น ก็ไม่ใช่เพราะมันเป็นผู้ชายแต๋วแหววอะไรนะครับ มันแค่เป็นคน -ประหลาด- แค่นั้นเอง

ผมไม่เข้าใจว่ามันจะยิ้มอะไรนักหนา ทั้งๆที่สถานการณ์มันตึงเครียดถึงขนาดนี้ อ้อ ผมพูดผิดไปหน่อย ไม่ใช่ตึงเครียดขนาดนี้สิ มันต้องตึงเครียด-มาก-ขนาดนี้ต่างหาก

“ถ้าเมื่อกี๊ออกมาไม่ทัน พี่เจย์จะทำอะไรพี่แทคน่ะ!” พูดแล้วน้องโซฮีก็หันไปทำหน้าหงิกงอใส่คนเป็นพี่ชาย ที่ตอนนี้ดูจะมีความสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำเท่ากับศูนย์ ซึ่งแปรผกผันกับสีหน้าของไอ้แทคที่ดูจะมีความสุขกับสถานการณ์ตรงหน้าเท่ากับล้าน

คือประมาณห้านาทีที่แล้วไอ้แทคมันเกือบจะโดนต่อยครับ ผมก็ไม่แน่ใจลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดเท่าไหร่ จำได้แค่ว่าพอลงจากรถไปก็ได้ยินเสียงถามว่า ‘อย่าบอกนะว่ามึงคือ อค แทคยอน’ ผมหันไปอีกทีก็เห็นภาพไอ้แทคมันโดนพี่ชายน้องโซฮีกระชากคอเสื้ออยู่ครับ แล้วพอไอ้แทคมันหน้าระรื่นตอบว่าใช่  ก็เกือบจะโดนพี่ชายน้องเขาต่อยแล้ว ดีที่น้องโซฮีดันเห็นเหตุการณ์อันแสนจะดราม่านั้น แล้ววิ่งออกมาหน้าบ้าน ห้ามทันนี่แหละครับ

“ไม่เป็นไรโซฮี สงสัยเป็นเรื่องเข้าใจผิด พี่ชายโซฮีคงไม่ได้ตั้งใจหรอก” ไอ้แทคพูด เอาซะพระเอกเชียวครับ…แต่ผมเหมือนเห็นหางปีศาจโผล่ออกมาจากตัวมันยังไงชอบกล

“อ้อ โดนซักทีไหม จะได้รู้ว่ากูตั้งใจหรือเปล่า!” พี่ชายโซฮีทำท่าจะพุ่งตัวเข้าใส่ไอ้แทคอีกรอบ โดยมีโจควอนคอยดึงตัวพี่ชายตัวเองเอาไว้แบบพอไม่ให้น่าเกลียด
(คือดึงเเค่ชายเสื้อไว้ด้วยนิ้วเพียงสองนิ้วอ่ะครับ)

“พี่เจย์!!!” น้องโซฮีก้าวเข้าไปดึงพี่ชายตัวเองก่อนที่จะทันถึงตัวไอ้แทคครับ เพราะถ้าหวังการห้ามจากโจควอนแล้วล่ะก็ ไอ้แทคคงได้โดนซักหมัดจริงๆ

“ไหนพี่สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรพี่แทคไง!”
“ก็พี่ไม่รู้ว่ามันคือคนเดียวกับไอ้ตุ๊ดที่เจอเมื่อบ่ายนี่หว่า!” พี่ชายน้องโซฮีตอบกระฟัดกระเฟียด
“ตุ๊ด?” น้องโซฮีทำหน้างง….ส่วนโจควอนหันควับไปมองพี่ชายแล้วทำท่าตกใจ ก่อนจะหันไปมองที่ไอ้แทคแบบเหยียดๆแล้วพูดว่า….. “อี๋~ ตุ๊ด”

“อย่าบอกนะว่านี่คือคนที่นายไปกวนตีนไว้ที่แอร์พอร์ต” ผมกระซิบถามไอ้แทค อะไรโลกมันจะกลมขนาดนั้นวะ แต่มันยังไม่ทันตอบ พี่ชายโซฮีก็…

“มันเป็นตุ๊ดจริงๆนะ! พี่เจอมันที่แอร์พอร์ต มันยังพูดเลยว่ามันเป็นตุ๊ด!” นั่นปะไรครับ แล้วต่อให้ไม่ต้องเล่าต่อผมก็จำได้ว่าไอ้แทคไปกวนตีนอะไรเขาไว้บ้าง รวมถึงหลอกว่าตัวเองเป็นอะไรด้วย

ไอ้แทคทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างแนบเนียน
“จำคนผิดหรือเปล่า…”
…..ช่างหน้าด้านได้โล่ห์

“ให้กูต่อยมึงเตือนความจำสักรอบไหมห๊ะ!!”
“พี่เจย์!!”
“แล้วเมื่อกี๊มันยังจูบกับคู่ขามันในรถด้วยนะ! ถามโจควอนเลย!” พี่ชายโซฮีหันไปหาพวกกับโจควอนที่ช่วยสนับสนุนอย่างดีด้วยการพยักหน้าถี่ๆแล้วทำสีหน้าแบบ…โอ้ จีซัส โลกนี้มันช่างวิปริตนัก….ใส่ผมกับไอ้แทค

ว่าแต่ว่าไงนะ…ห๊ะ?!! ใครคู่ขา? คู่ขากับใคร? ผมกับไอ้แทคเนี่ยนะ
แค่ให้ไอ้แทคช่วยแกะโบว์น้องคิตตี้ผมกลายเป็นคู่ขากับมันไปแล้วเหรอวะ
ผมกำลังอ้าปากจะเถียง แต่ไอ้แทคมันแอบส่ายหน้าห้ามไว้ แล้วก็ส่งซิกเป็นเชิงว่าให้ผมเงียบไว้ก่อน…
สีหน้าตอนนี้ของมันดูเจ้าเล่ห์ได้ใจ นี่มึงมีแผนอะไรอีกวะเนี่ย…

 
“พี่เจย์ เข้าใจผิดแล้ว นี่พี่คุณเป็นเพื่อนพี่แทคนะ แล้วพวกพี่เขาก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พี่บอกด้วย” น้องโซฮีช่วยปกป้องพวกผมเอาไว้ ซึ่งทำให้พี่ชายเขาดูขัดอกขัดใจ
“ทำไมต้องเข้าข้างมันด้วย โดนมันหลอกแล้ว!! พี่บอกแล้วไงว่ามันน่ะเป็น อื้ออออ!” ก่อนคำว่าตุ๊ดจะออกจากปาก น้องโซฮีก็เอามือมาปิดปากพี่ชายตัวเล็กของตัวเองได้ทันท่วงที คงเป็นเพราะว่าน้องเขาเห็นว่าใครเดินออกมาสมทบล่ะมั้งครับ

“สวัสดีครับคุณย่า” ไอ้แทคกล่าวทักทายหญิงชราสูงวัยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าออกมาขัดจังหวะการวางมวยของหลานตัวเอง

“อ้าวแทคมาแล้วเหรอหลาน” ท่าทางคุณย่าจะชอบไอ้แทคมันจริงๆครับลูบหัวลูบหางกันใหญ่ “อ้าวมากับเพื่อนเหรอ ไหว้พระลูก…” คุณย่าหันมายิ้มเป็นมิตรให้ผมเมื่อเห็นผมสวัสดีทักทาย

“นี่รู้จักกับแจบอม หลานของย่าอีกคนหรือยัง พี่เขาเพิ่งกลับจากซีแอทเทิลวันนี้เลยนะเนี่ย” คุณย่าแนะนำสองคนให้รู้จักด้วยท่าทางอารมณ์ดีอย่างไม่ได้สังเกตบรรยากาศมาคุรอบตัวเลย

“อ้อ…ชื่อแจบอม…” ไอ้แทคทวนชื่อคนตัวเล็กพริกขี้หนูนั่นด้วยสีหน้า….อืม เอาเป็นว่าผมขอฟันธงว่ามันคงกำลังวางแผนจะทำอะไรซักอย่างแน่ๆ

“เมื่อกี๊กำลังทำความรู้จักกันอยู่เลยครับ” หันไปยิ้มเอาใจคุณย่า ในขณะที่แจบอมพยายามจะแกะมือน้องโซฮีออกจากการปิดปากให้ได้ ซักพักคนตัวเล็กนั่นก็ทำสำเร็จ ใบหน้าโกรธนั่นโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงฉุนๆ

“ย่า! ย่าโดนมันหลอกแล้วนะไอ้นี่น่ะมันเป็นอุ๊ด!!! อื้ออออ” แล้วก็เป็นอีกครั้งที่แจบอมโดนน้องโซฮีปิดปากก่อนที่คำต้องห้ามจะหลุดออกมา

“หืม เป็นอะไรนะ….” คุณย่าหันไปมองหลานสองคนด้วยความแปลกใจ
“คือ คือ…พี่เจย์เขาบอกว่าพี่แทคเป็นฟันคุดค่ะ” น้องโซฮีรีบตอบ เยี่ยมจริงๆจากตุ๊ดกลายเป็นฟันคุด…น้องโซฮีนี่แนวหลบในนะเนี่ย

แล้วคุณย่าน้องเขาก็บ้าจี้หันไปถามแทคว่าจริงเหรอ? เดี๋ยวย่าแนะนำหมอให้……เยี่ยมจริงๆครอบครัวนี้ =__=
 
ผมเห็นแจบอมดิ้นไปดิ้นมาอย่างขัดใจที่โดนปิดปากอีกแล้ว แล้วซักพักน้องโซฮีเขาก็กระซิบตกลงอะไรบางอย่างจนพี่ชายตัวเล็กของน้องเขาสงบลงได้ แต่ดูเหมือนอาการฟึดฟัดของแจบอมจะยังมีอยู่ สายตาหงุดหงิดนั่นจ้องไปที่ไอ้แทคแบบฝากไว้ก่อน (แต่แน่นอนครับ แทคมันก็ยังคงทำหน้าระรื่นได้อยู่)

“ให้พี่เขารอนานแล้ว ย่าว่าเราไปเอาของแล้วรีบออกมาดีกว่าลูก” คุณย่าหันไปพูดกับน้องโซฮี
“โซฮี กลับมาก่อนที่พี่จะออกไปข้างนอกนะ” เเล้วแจบอมก็พูดต่อทันทีที่เห็นน้องสาวตัวเองพยักหน้า
“อ้าว จะไปไหนเหรอครับ” ไอ้แทคโคตรกล้า…และก็เป็นต้นเหตุให้แจบอมทำปากเป็นคำว่า ‘เสือก’ ใส่ไอ้คนหน้าด้าน ดีที่คุณย่าไม่สังเกตเห็น แต่ไอ้แทคไม่หวั่นหรอกครับ เพราะคุณย่าหันไปหาคำตอบให้แล้ว

“ไปไหนล่ะแจบอม เพิ่งกลับมาคืนนี้ก็จะออกไปเลยเหรอเราน่ะ”
ผมเห็นแจบอมมีสีหน้าขัดใจเหมือนไม่อยากตอบ แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจพูดออกมาจนได้
“ผมนัดกับอูยองไว้ที่ NB CLUB ตอนสี่ทุ่ม”
“บังเอิญจัง!” ไอ้แทคแกล้งทำสีหน้าประหลาดใจ “นิชคุณเพื่อนผมก็นัดคุยงานกับพี่ซึลอ