[2PMFic] Ranma3/4 : EP5,KD&TJ

posted on 22 Oct 2009 14:26 by 2pmtime in Ranma
 
 
Ranma 3/4

Couple : Taecyoen X Jay ,
Nichy X Wooyoung X  Chansung

Writer : diy (ดีไอวาย)

 
Warning:  (I know they're really MAN. write this just for fun. Don't be serious!!)


Fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ตัวละครอ้างอิงคาแรคเตอร์สมาชิกวง 2PM
มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BOY'S LOVE

เรื่องราวในฟิคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลจริง
หรือสถานที่จริงที่ได้อ้างอิงเอาไว้เเต่อย่างใด

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเเละการเเสดงความคิดเห็น

 

สารบัญ

OPV ประกอบ Fiction

[2PMFic] Ranma3/4 : Intro,TJ&KD

[2PMFic] Ranma3/4 : EP1,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP2,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP3,KD&TJ

 

 

 

Chapter 5



.

.

.

.

- CHANSUNG-


ผมกดตัดสายอีกครั้งเมื่อเห็นชื่ออันหลอกหลอนโทรมาเป็นครั้งที่ยี่สิบ โอ้เเม่เจ้า ฮวางชานซองเเม่งอึดเเละมีความพยายามสุดยอดครับ ผมไม่ต้องหลับตานึกด้วยซ้ำ ภาพของไอ้เด็กโข่งกดโทรศัพท์มือหงิกไปด้วยสีหน้าพร้อมอาละวาดไปด้วยก็เด่นชัดขึ้นมาในสมอง....

นึกเเล้วก็เเอบหวั่นๆในใจนิดๆ ย้ำว่านิดๆนะครับ นิดเดียวจริงๆ ชานซองมันโกรธเเค่ไหน เเค่กลับไปเอากล้วยยัดปากก็หายเเล้ว 

เฮ้อ อันที่จริงผมรู้ฮะว่าหนีมาอย่างนี้ รับรองว่าชานซองมันต้องไม่ไปหาเพื่อนมันเเน่ๆ ผมหนีมาก็ใช่ว่าชานซองมันจะยอมตัดใจไปทำรายงานเสียเมื่อไหร่ กลับกันคือจะยิ่งไม่ยอมไปเเล้วออกตามหาผมล่ะก็ไม่ว่า

ผมรู้...เเต่เอาจริงๆก็อยากจะสารภาพว่าที่หนีออกมาน่ะ เพราะผมอยากจะมาเที่ยวโดยไม่มีมันมั่งน่ะ

คือผมไม่ได้รำคาญมันนะครับ....อ่ะยอมรับก็ได้ ว่ารำคาญนิดๆก็ได้อ่ะ คือรำคาญเนี่ย รำคาญสายตาคนอื่นเวลาเขามองมาที่พวกผมเเล้วหัวเราะคิกๆคักๆอ่ะครับ คือมีมันไปด้วยไม่ต่างอะไรกับเอาสามีไปด้วย ถึงผมจะย้ำเเล้วย้ำอีกกับใครต่อใครเเค่ไหน ว่าผมกับชานซองไม่ใช่คู่ผัวตัวเมียกัน เเต่ดูเหมือนคนอื่นๆจะไม่คิดตามแน่ครับ ตราบใดที่ไอ้ชานซองมันจะไม่หยุดเข้ามาเกาะผมเป็นโคอาล่าให้ใครๆเข้าใจผิดเเบบนี้  มันอ่ะชอบเอาเเต่ใจ! เพราะอย่างนั้นก็ต้องดัดหลังมันเสียมั่ง จริงไหมครับ?

ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เหยือกเบียร์เหยือกใหญ่ที่เต็มไปด้วยฟองเบียร์ขาวๆฟูๆดูนุ่มลิ้นก็ถูกเสริฟวางตรงหน้า อะฮี่ สุขใดจะปานได้ดื่มเบียร์ฟรี พี่เจย์บอกว่าให้ผมสั่งก่อนได้เลย เดี๋ยวพี่เขาตามมาจ่ายให้ครับ ผมในฐานะน้องชายที่ดีก็ไม่อยากจะขัดศรัทธาเลยสั่งไปเสียเหยือกใหญ่เลย

ว่าเเล้วผมก็ยกเเก้วซัดโฮกให้ชื่นจิตก่อนจะก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ....ป่านนี้พี่เจย์ยังไม่มาเลยครับ ตอนโทรไปครั้งล่าสุดอารมณ์เสียใหญ่ เรื่องเกี่ยวกับคู่หมั้นน้องโซฮีนี่เเหละ เฮ้อ....นี่ถ้าพี่เจย์อารมณ์เสียท่าทางวันนี้จางอูยองอาจจะต้องลับฝีเท้าเตรียมวิ่งเสียหน่อย บอกเเล้วใช่ไหมครับว่าพี่เจย์เป็นตัวดูดตีนตัวพ่อ ขนาดสถานการณ์ปกติพี่เจย์ยังชอบชักชวนนักเลงมาห้อมหน้าล้อมหลังราวกับเด็กขี้เหงาเสียขนาดนั้น นี่ถ้าวันนี้พ่วงอารมณ์เสียตามมาด้วย คืนนี้รับรองว่าต้องยิ่งกว่าเด็กขาดความอบอุ่น พี่เจย์คงชวนหมัดเเละเท้าชาวบ้านมาฝากความรักก่อนเที่ยงคืนเเน่ๆ เพราะงั้นผมต้องซัดเบียร์ให้หนำก่อนพี่เจย์จะมาล่ะครับ...เชือกรองเท้าผมก็ผูกไว้เเน่นเรียบร้อย ถ้าต้องโกยเเจ้นผมเเน่ใจว่าไม่มีสะดุดล้มเเน่นอน


ในขณะที่ผมกำลังกวาดตามองอะไรไปอย่างเพลิดเพลิน สายตาก็ไปสะดุดเจอใครบางคนครับ อ๊ะ..นั่น!

"เฮ้ย จุนซู ทางนี้เว้ย"  ผมตะโกนเรียกคนที่กำลังจะเดินผ่านไป จุนซูที่ได้ยินเสียงคนเรียก หันซ้ายขวาทำหน้างงอยู่สักครู่ก่อนจะมาหันสบตากับผมจนได้ 

 

 

 

 

จำจุนซูได้ไหมครับ ที่ผมเล่าว่าเป็นรูมเมทของจุนโฮไง คนเดียวกับที่ช่วยหางานให้ผมเป็นประจำน่ะเเหละ จุนซูเป็นคนดูดีครับ ตัวก็สูง เเต่งตัวก็ดี อย่างวันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ กลัดกระดุมต่ำลงมาจากคอ  มีแว่นกันแดดคาดอยู่ตรงคอวีเสื้อ เเว่นเเบรนเนมเเน่ๆ....หล่อเเล้วยังหรูครับ....ตอนเดินตรงเข้ามาหาผมนี่สาวๆมองตามกันให้เหลียวหลัง...ไม่รู้ว่ามันเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของผมกันเเน่ที่มีเพื่อนเเต่ละคนหล่อกว่าทั้งนั้น ทั้งไอ้ชาน จุนโฮ จุนซู พี่เจย์ก็หน้าตาดีครับ ออกมาเที่ยวกันทีไร สาวๆไม่เคยจะชายตาเเลผมเล้ย....เเละเเล้วคนตัวสูงก็กล่าวทักทายผมด้วยการยกมือขึ้นมาเเทคไฮไฟส์ก่อนจะนั่งลงข้างๆ

"ไงวะ มาเที่ยวเหรอ ชานซองล่ะ" เห็นไหมครับ ขนาดจุนซูยังเห็นหน้าผมเเล้วต้องถามถึงชานซองเลย เหมือนเห็นช้อนไม่เห็นส้อม เห็นมือขวาไม่เห็นมือซ้ายอะไรทำนองนั้นเเหละครับ
"ชานซองไม่มา เอ้อ เเล้วนี่นายมากับใครเนี่ย จุนโฮมาป่ะ" ผมถามกลับ เเล้วยกเเก้วเบียร์เย็นๆดื่มให้ชุ่มปอด ฮ้าาา ชื่นจายยย
"ไม่อ่ะ ฉันนัดกับพี่ซึลองไว้ว่ะ" จุนซูตอบ ก่อนจะหันไปสั่งออนเดอะร็อคกับบาร์เทนเดอร์มาดื่มบ้าง....

พี่ซึลองนี่เป็นลูกพี่ลูกน้องของจุนซูมันครับ เป็นทั้งโมเดลลิ่ง เป็นทั้งผู้จัดการส่วนตัวนายเเบบ ทำงานในวงการนี้มาจนคร่ำหวอด เส้นสายเยอะ ไม่งั้นจุนซูมันไม่ได้ไปทำงานพิเศษในกองถ่ายง่ายๆหรอก เเต่ก็ดีไปอย่างครับ เพื่อนมีเส้นสาย ผมก็ได้รับผลบุญจากจุนซูมาด้วยนี่ไง ฮ่าฮ่า

"เออ เกือบลืม ขอบใจนะเว้ยเรื่องกั๊กที่ให้ จุนโฮบอกฉันเเล้วล่ะ"
"เรื่องเล็กน้อยน่า เออนี่ เดี๋ยววันเดียวกันที่มีงานน่ะ มีเปิดออดิชั่นซิทคอมเรื่องใหม่ด้วยนะ ในตึกเดียวกันน่ะเเหละ นายสนใจไปลองดูไหมล่ะ จะได้หยิบใบสมัครไว้ให้"

โหยยย ผมจะทำอะไรให้จุนซูดีครับ ประกาศนีย์บัตร หรือโล่ดี ทำไมดีกับผมเเบบนี้เนี่ยยยยย

"เออ ว่าเเต่ซิทคอมเรื่องใหม่ใครกำกับน่ะ"
"พี่ชางมิน"
"เอ๊า เเล้วมีออดิชั่นด้วยเหรอ ผิดปกติเเฮะ"

คือพี่ชางมินเป็นผู้กำกับมือทองเลยล่ะครับ เเต่ว่าความเรื่องมากเเละความอาร์ตตัวพ่อน่ะสุดยอดเลยจริงๆ คือถ้าพี่เขาจะเจาะจงว่าต้องการใครมาเป็นรับบทของเขาเเล้วล่ะก็ ก็ต้องเป็นคนนั้นเท่านั้น เพราะงั้นน่ะไม่ค่อยมีออดิชั่นนักเเสดงหรอก เพราะพี่เขามักเจาะจงมาอยู่เเล้วว่าต้องการใคร เเต่ในวงการนี้ ก็ต้องยอมรับว่าพี่เขาเจ๋งจริงครับ ละครเขาน่ะดังทุกเรื่อง ใครได้ร่วมงานกับเขารับรองรุ่ง เเถมสปอนเซอร์ติดต่อมาเยอะจะตายเวลาเขาสร้างละครเเต่ละเรื่องน่ะ เพราะอย่างนั้นใครเป็นตัวเอกนี่ไม่ต้องพูดถึง ค่าจ้างตอนต่อตอนนี่เรียกว่ากว่าจะจบเรื่องก็รับทรัพย์เละไปเลยครับ

"อื้ม เเต่คราวนี้มีออดิชั่นด้วย คือพี่เขาอยากได้นักเเสดงหน้าใหม่ๆ เเต่จริงๆเเล้วพี่ชางมินเขาเล็งไว้เเล้วคนนึง ก็เด็กสังกัดพี่ซึลองนี่เเหละ กำลังมาเเรงเลย ชื่อนิชคุณ เดี๋ยวนี้ขึ้นหน้าปกเเมกกาซีนเป็นว่าเล่นเลย พี่ชางมินก็บอกไว้เเล้วว่าต้องเอาคนนี้เท่านั้น ไม่งั้นไม่ถ่าย เเต่ตัวเอกของเรื่องน่ะมีสองคน ส่วนอีกคนก็ออดิชั่นเอา ถ้าถูกใจถึงจะเอามาเล่นน่ะ"

"นิชคุณเหรอ? ใครอ่ะ นึกหน้าไม่ออก ไม่ค่อยคุ้นหน้าพวกนายเเบบเท่าไหร่ เเต่ชื่อนี่คุ้นๆนะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน" ผมพูด เเต่ชื่อนี่คุ้นจริงๆนะครับ เหมือนเคยได้ยินมาเร็วๆนี้เเต่นึกไม่ออกเเฮะว่าไปได้ยินที่ไหน

"นายคงเคยได้ยินบ้างเเหละ ก็ช่วงนี้นิชคุณดังจะตาย"
"เหรอ อาจจะเป็นอย่างนั้นมั้ง" ผมไม่ติดใจสงสัยอะไร  เเล้วจุนซูก็บอกว่าจะนั่งอยู่กับผมจนกว่าพี่ซึลองจะมาครับ เห็นว่าบางทีผมอาจจะได้เจอนิชคุณด้วย เพราะคนที่โทรมาชวนให้พี่ซึงองออกมาก็คือนิชคุณนี่เเหละครับ

ว่าเเต่ชื่อคุ้นจริงๆนะ....เเหม๊ เเต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกสิน่า

"เอ้อ เเล้วทำไมชานซองมันยอมให้นายออกมาดื่มคนเดียว เเปลกเเฮะ" จุนซูถามผม ผมยักไหล่ก่อนจะวางเเก้วเบียร์ลงบนโต๊ะเเล้วยอมสารภาพ "ฉันหนีมันมาเองเเหละ" เเล้วผมก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคร่าวๆให้จุนซูฟัง เท่านั้นเเหละครับ จุนซูก็ระเบิดหัวเราะ

"มาพนันกันป่ะ ฉันว่าตอนนี้ชานซองมันต้องตามหานายให้ควั่กว่ะ ฮ่าฮ่า"

ผมวางเเก้วเบียร์เเล้วมองหน้าจุนซูประมาณว่าจุนซูนี่พูดอะไรเเปลกๆ

"จะพนันได้ไงล่ะถ้าเล่นข้างเดียวกันน่ะ..."

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

"อย่าลืมโทรมานะ ชานซอง...."

 

พี่สาวคนสวยยิ้มหวานหยดย้อยให้ผมทิ้งท้าย ก่อนจะยอมปล่อยมือที่เกาะเเขนผมอย่างอ้อยอิ่ง ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติผมคงจะยิ้มตอบบริหารเสน่ห์กันบ้าง เเต่ตอนนี้หลังจากเสียเงินฟรีๆเป็นค่าเข้าผับไปสามที่ก็ยังไม่เจอคนที่ตามหาเสียที มันก็ทำให้ผมชักจะไม่เหลืออารมณ์ทำอะไรเเล้วเเหละครับ ผมเเค่ผงกหัวร่ำลาพอเป็นพิธีเเล้วก็เดินออกมาจากผับอย่างอารมณ์ไม่ดี พอมาถึงหน้าผับผมก็โยนนามบัตรสามสี่ใบที่เพิ่งได้มาลงถังขยะ ก็นามบัตรที่มีเบอร์โทรพวกพี่สาวพวกนั้นน่ะเเหละ

 

ผมไม่มีอารมณ์มาจีบใครหรอก...ผมไม่ได้ไม่ชอบผู้หญิงนะ ผมก็ชอบนะพี่สาวสวยๆน่ะ เพียงเเต่ผมชอบอูยองมากกว่าเท่านั้นเอง

 

 

 

 

อ้อ ผมเเนะนำตัวเองไปหรือยังฮะ ผม...ฮวางชานซอง อายุ 20 ปี เวลาผมบอกอายุตัวเองกับใครๆ คนเหล่านั้นต้องทำหน้าตกใจทุกที ก็ใช่ว่าผมจะอยากหน้าเเก่กว่าอายุนี่หว่า เเต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของผมหรอกเพราะอย่างน้อยผมก็สามารถเข้าผับได้โดยไม่โดนเรียกดูบัตรประชาชนตั้งเเต่อายุ 16 น่ะเเหละ ผิดกับอูยองเเละพี่เจย์ที่จะเข้าผับทีไรก็โดนเรียกดูบัตรทุกที

เเต่ถึงหน้าผมจะไม่มีปัญหาเวลาเข้าสถานเริงรมย์ไหนก็เถอะ เเต่ตอนนี้ปัญหาของผมคือผมใช้เงินไปเเล้ว     45,000 วอน สำหรับการเข้าผับไปสามเเห่ง โดยไม่ได้อะไรเลยนอกจากนามบัตรพวกผู้หญิงที่เข้ามาจีบ ตอนนี้เหลือเงินติดตัวอยู่เเค่ 5000 วอนเองจะมีปัญญาไปเข้าผับตามหาอูยองได้ที่ไหนอีกล่ะเนี่ย! รู้งี้น่าจะอ้อนพวกพี่สาวให้พาเข้าก็หมดเรื่อง! เฮ้อ....

ผมเดินทอดน่องไปตามถนนที่เรียงรายไปด้วยผับอีกหลายเเห่งเเล้วต้องถอนหายใจ ยอมรับเลยว่าตอนนี้ผมกำลังหงุดหงิดมากครับ....อูยองไม่ยอมรับโทรศัพท์เลย เอาเเต่ตัดสายผมตลอด อะไรวะ ทำไมต้องโกหกกันด้วย ผมอาบน้ำเสร็จออกมาก็ไม่เจอเเล้ว!! เเล้วเบอร์ใหม่พี่เจย์ผมก็ไม่มี พี่เขาไม่เคยใช้เบอร์เดิมเลยสักครั้งที่กลับมาเกาหลี ทำให้ผมติดต่อใครไม่ได้เลยเนี่ย โว้ยยยยย เเล้วผมจะทำยังไงดีวะเนี่ย

ผมไม่ได้โอเวอร์นะ ถึงพี่เจย์กับอูยองจะเป็นคนประเภทเดียวกันคือ ดายฮาร์ด ตายยากสุดๆก็เหอะ เเต่ถ้าไม่มาเป็นผมไม่มีวันเข้าใจหรอกครับ! ในชีวิตผมมีสิ่งสำคัญอยู่ 3 อย่าง คือ 1. อูยอง 2.อูยอง 3.อูยอง เข้าใจมะ ไม่เข้าใจก็ช่างเหอะ สรุปคือตอนนี้ผมต้องตามหาอูยองให้เจอก็เเล้วกัน ลางสังหรณ์ผมไม่มีผิดหรอก พี่เจย์น่ะเคยอยู่สงบสุขเสียทีไหน คืนนี้รับรองมีเรื่องให้ต้องวิ่งโกยเเน่บกันอีกเเน่ๆ

ผมพยายามใช้สัญชาติญาณตัวเองเดาเเล้วนะว่าสองคนนั้นจะไปผับไหนกันบ้าง ตอนนี้ผมมายืนอยู่หน้า NB CLUB ยืนกำเงิน 5000 วอนในมือ เเต่ค่าเข้ามัน 15000 วอนอ่ะ เฮ้อ ไม่เคยรู้สึกตัวเองยากไร้ขนาดนี้มาก่อนเลยว่ะให้ตาย

"นี่ น้องชาย ขอเวลาเเป๊บสิ"

ผมหันไปตามเสียงเรียก ก็พบผู้ชายตัวสูงไร่เรี่ยกับผมยืนยิ้มให้อยู่ตรงหน้า....ไม่ต้องให้เดามาก หน้าตาประมาณนี้ เเต่งตัวเเบบนี้ ใช้เซ้นส์ 19 ปีของผมบอกได้เลยว่ารับรองว่าจะต้องเป็นพวก....

"คือว่าฉันเป็นโมเดลลิ่ง นายสนใจจะ..." นั่นป่ะไร...ผมกะเเเล้วเชียว
"โทษที ผมไม่ค่อยชอบงานด้านนี้" ไม่ต้องรอให้เขาพูดจบผมก็เเทรกขึ้นมาก่อน ไม่ต้องเสียเวลาชวนให้มากความ ผมไม่ได้เล่นตัวนะ อูยองชอบว่าผมเล่นตัวเวลามีพวกเเมวมองมาทัก เเต่ขอเหอะ อะไรที่ไม่ชอบมันก็คือไม่ชอบ ผมไม่ค่อยชอบทำงานด้านบันเทิง คิดดูเเล้วกันว่าไม่ชอบจนถึงขนาดไม่ลงเรียนคณะเดียวกับอูยองทั้งๆที่ผมเรียนที่เดียวกับอูยองมาตลอด ก็เพราะผมไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับงานพวกนี้ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังน่ะเเหละ

คนตรงหน้าผมอ้าปากค้างไปเลย คงนึกไม่ถึงว่าจะโดนผมสวนปฏิเสธเร็วขนาดนี้ ผมกะว่าจะอาศัยทีเผลอตอนกำลังอึ้งๆนี่เเหละครับรีบเดินหนีออกไป ก็เเมวมองพวกนี้บางคนก็ขี้ตื๊อจะตาย เเล้วตอนนี้ผมก็ไม่มีอารมณ์จะมาให้คนอื่นเซ้าซี้ด้วย เพราะยังไงคำตอบก็คือไม่มีทาง No way!

"เฮ้ย อย่าเพิ่งไปสิ เดี๋ยวก่อนๆ..." ผู้ชายตรงหน้ายื่นมือมารั้งผมไว้ ก่อนจะล้วงหยิบกระเป๋าเงินออกมา เพื่อหยิบนามบัตรออกมายื่นให้

"ฉันรู้ว่านายอาจจะไม่สนใจ เเต่อยากให้นายไปลองออดิชั่นดูก่อน นี่นามบัตรฉัน" ไม่รอให้ผมยื่นมือไปรับ ก็เอามาจ่อที่มือผมซะงั้น ผมพลิกนามบัตรอ่านชื่อเจ้าของบัตรในใจ

 

......ซึลอง.......

 

 

 

[ซึลอง 2AM - ออกเสียงเรียกว่า ซึน - อง ]

 

 

"ไม่อ่ะ เอาคืนไปเถอะ เปลืองเปล่าๆ ผมไม่สนใจจริงๆ" ผมยื่นนามบัตรคืน ในขณะที่อีกฝ่ายเริ่มร่ายยาวว่าจะมีออดิชั่นนักเเสดงกับละครซิทคอมเรื่องใหม่ บลาๆๆเเล้วตบท้ายว่า..."นามบัตรนี่ฉันสั่งทำทีเป็นพันใบ ไม่ต้องกลัวเปลืองหรอก นายเอาไปเถอะ เผื่อวันไหนเปลี่ยนใจ" เมื่อคนตรงหน้ายืนยัน ผมก็ยักไหล่...ภายในใจกำลังคิดว่าวันนั้นคงไม่มีหรอก ก็ยังดีหน่อยที่เเมวมองรายนี้ไม่เซ้าซี้อะไรผมมากให้ผมต้องเกิดอารมณ์หงุดหงิดใจ

"งั้นฉันไปล่ะ หวังว่าส