[2PMFic] Ranma3/4 : EP9,KD&TJ

posted on 02 Jan 2010 14:55 by 2pmtime in Ranma

 

(UP 100 % TAEC PART + JUNHO PART)

 

 

 

Ranma 3/4

Couple : Taecyoen X Jay ,

Nichy X Wooyoung X Chansung X Junho

Writer : diy (ดีไอวาย)

 

 

สารบัญ

OPV ประกอบ Fiction

2PM Couples - OPV By diy

[2PMFic] Ranma3/4 : Intro,TJ&KD

[2PMFic] Ranma3/4 : EP1,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP2,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP3,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP4,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP5,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP6,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP7,KD&TJ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Chapter 9

 

 

 

"น้ำหน้าไร้น้ำยาอย่างพวกมึงๆ 6 รุม 1 ยังสู้เพื่อนกูไม่ได้เล้ย เเน่จริงพวกมึงกล้าพิสูจน์ป่ะห๊ะ!!"

ฟังแล้วได้เเต่ยืนอึ้งเพราะเพิ่งรู้ซึ้งว่าผู้ชายที่ชื่อปาร์ค เเจบอมนั้นเเสบเข้าขั้นขนาดไหน เฮ้ย! เอาอะไรมาพูดครับ เอาอะไรมาพูดดดดด มีอย่างเหรอครับ!! คิดได้ไง!! ถามหน่อยว่าใช้อะไรคิด!! อยู่ๆเดินไปตบหัวชาวบ้านชาวช่อง เเถมยังมาโบ้ยว่าผมเป็นคนบอกให้ไปตบอีกเนี่ยนะ!

ตายเเน่กู! เฮ้ย!! 6  คนก็ 12 ตีนเลยนะ!! โทษที!! ผมมาจากบอสตันนะครับไม่ใช่วัดเส้าหลิน! ขืนพิสูจน์จริง ไม่ตายงานนี้จะไปตายงานไหน!! เเต่สมองยังไม่ทันประมวลเลยว่าจะเอาไงต่อ เงาดำวูบก็พุ่งมาจู่โจมอย่างรวดเร็ว ถ้าตัดเป็นภาพช้าเเบบสโลโมชั่น จะเห็นเลยครับว่าจริงๆมันคือรองเท้าผ้าใบ 6 ข้างกำลังทะยานพุ่งเข้ามาชาร์ตซัลโวล์สกายคิกใส่ผมเเบบเน้นๆ!!

เหี้ยเอ๊ยยยย!!! จุกเเบบสุดๆ โดนจริงเจ็บจริง  สแตนด์อินก็ไม่มี! โคตรโกรธ! พวกมึงจะเปิดงานทำไมไม่ตัดริบบิ้นก่อน อย่างน้อยให้สัญญาณกูสักนิดสิวะ!!

หลังจากนั้นเสียงเอะอะก็ดังลั่นเลยครับ อย่างกับหนังเเอคชั่น เริ่มซัดกันอุตลุดมั่วซั่วไปหมด ผมก็เลือดขึ้นหน้า ต่อยพวกมันกลับไปบ้าง เเล้วเจย์เขาก็นึกไงไม่รู้ อยู่ๆก็มาร่วมวงด้วย....ยังดีที่มาช่วยผมต่อยพวกมัน ไม่ได้มาฉวยโอกาสรุมผมให้กลายเป็น 7 รุม 1

วินาทีนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มันมึนๆงงๆ ไปหมด มองไม่ทันเลยว่าตีนใครเป็นตีนใคร รู้เเต่โดนไปหลายตีนจริงๆ เเถมโดนศอกที่คิ้วไปหนึ่งดอก  รู้สึกปวดหนึบๆจนชา ตอนนั้นคิดเหมือนกันว่าจะเอาคืนให้ตายกันไปข้าง เเต่พอเห็นใครสักคนในหมู่พวกมันควักอะไรบางอย่างคล้ายคัตเตอร์ออกมา จากกระเป๋า เเค่นั้นเเหละครับ หายบ้าเลือดเลย

ผมรีบล็อกตัว เจย์จากด้านหลังเเล้วดึงให้หยุดบู๊ ก่อนจะถีบใครสักคนที่ขวางหน้า เคลียร์ทางเเล้วสตาร์ทวิ่งห้อเเรดเต็มเหนี่ยวไม่เหลียวหลัง จะโดนหาว่าใจเสาะก็ไม่สนแล้วครับ  จะให้อยู่ลุยต่อเหรอ ฝันไปเถอะ!! คิดว่าอคเเทคยอนเป็นใคร? ผมไม่ใช่ลี้กิมฮวงกลับชาติมาเกิดนะครับ จะได้ซัดลมปราณจากท้องน้อยโชะเดียวเเล้วคู่อริตายเรียบ อย่างนี้มันต้องหนีเท่านั้น ถ้าผมอยู่ลุยต่อเเล้วโดนมันกระซวกไส้ไหลขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ!! ถึงไอ้คุณจะบอกว่าหน้าผมเหมือนคนวัย 32 เเต่ผมก็เพิ่ง 22 เองนะ ชีวิตยังอีกยาวไกล เรื่องอะไรจะมาเอามาทิ้งกันง่ายๆ!!

เคราะห์ดีที่ตอนอยู่บอสตันเคยเป็นนักวิ่งประจำโรงเรียนนะครับเนี่ย พวกมันก็เลยวิ่งตามผมไม่ทัน เเล้วพอเลี้ยวเข้าซอย พวกมันก็วิ่งเลยกันไปอีกทาง เเต่เราต้องไม่ประมาท ผมชะโงกหน้าออกไปดูความเป็นไปนอกซอกตึก ยังไงพวกมันอาจจะย้อนกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะงั้นเดินออกทะลุซอยหนีไปทางโน้นดีกว่า....

"เฮ้ย หยุดลากกูซะที!! ปล่อยดิโว้ยยยยย"

ยังมาโวยวายอีก ตัวเเค่นี้ฤทธิ์มากชะมัด มันน่าหมั่นไส้นัก รู้งี้ผมน่าจะปล่อยให้โดนรุมตายซะตรงนั้น

ผมออกเเรงลากคนซ่าไปด้วย เเต่เขาก็ยังโวยวายบอกให้หยุด เเต่เรื่องอะไรล่ะ ผมเลยลากเขาต่อโดยปิดปากเขาไว้ เเต่เขาก็ยังดิ้นอยู่ดี เเต่ผมไม่สนหรอก ขืนปล่อยมือจะได้โวยวายเสียงดังให้ไอ้พวกนั้นรู้จุดพิกัติเเล้วกรูเข้ามารุม ตื๊บอีกสิ

“เฮ้ออออออ”  ผมถอยหายใจยาวหลังจากที่เเน่ใจว่าไม่มีใครตามมาแล้ว ก่อนจะยอมปล่อยตัวคนที่ยังไม่ยอมหยุดดิ้นให้เป็นอิสระ ไม่รู้จะดิ้นทำไมนักหนาเนี่ยไม่เข้าใจ

"เหี้ยเอ๊ย เจ็บชะมัด..."

หืม เจ็บ? เจ็บอะไรวะ?

ผมหันไปสนใจเขา เเละพอคนตัวเล็กเขานิ่วหน้าก้มลงไปนั่งกับพื้นเเล้วกุมเท้าเปล่าๆของตัวเอง ผมก็เลยได้คำตอบครับ


"ไอ้บ้าเอ๊ย จะวิ่งหนีก็ไม่ยอมเอารองเท้ากูมาด้วย คู่นั้นมันเเพงนะ!!"


เจย์เงยหน้ามาต่อว่าผม ยังมีหน้ามาห่วงรองเท้าอีก เมื่อกี๊บู๊ล้างผลาญไปขนาดนั้นผมจะมีกะจิตกะใจเอารองเท้าเขามาด้วยเหรอครับ ป่านนี้ก็ตกอยู่เเถวนั้นน่ะเเหละ เเต่ผมลืมไปเสียสนิทว่าผมลากเขามาโดยที่เขาไม่ได้ใส่รองเท้าอ่ะ

ผมตกใจเลยก้มลงไปดูใกล้ๆ เพราะลากเขาวิ่งมาซะไกล ตอนนี้เท้าเขาเเดงไปหมดเลยครับ

"อะไร มาจับทำไม! อย่ามากวนประสาทได้ไหม ไปไกลๆเลยโว้ย" เขาโวยใหญ่เมื่อผมก้มลงไปพลิกเท้าเขา คือผมเพิ่งสังเกตุว่ามันมีเเผลทางยาวอยู่ตรงเท้าซ้ายเขาด้วยอ่ะ เเถมมีเลือดซึมออกมาที่ปากแผลด้วย ผมขมวดคิ้วทันทีที่เห็น....เฮ้ย ตอนวิ่งไปโดนอะไรบาดเท้าหรือเปล่าเนี่ย!

"ไม่ได้จะกวนประสาท นี่อย่าดิ้นดิ! ขอดูหน่อยว่าเเผลลึกขนาดไหน" ผมว่าเสียงเครียดเมื่อเขาทำท่าจะผลักให้ผมไปไกลๆ...เฮ้ย....เห็นเเผล เเล้วเจ็บเเทนเลยว่ะ

"เป็นเเผลทางยาวเลยข้างนี้น่ะ...." ผมพูดเสียงเเผ่วเพราะรู้สึกผิด....คิดเเล้วก็รู้สึกเเย่ชะมัดที่สาเหตุมัน เป็นเพราะผมเเท้ๆ ไม่น่าไปเเกล้งเอารองเท้ามาเลยว่ะ ยิ่งเห็นคนหน้าหยิ่งๆซ่าๆนั่นนิ่วหน้าเหมือนเจ็บมาก ความรู้สึกผิดมันอัพดิ่งยิ่งกว่าหุ้นขึ้นเลยครับ

"โดนเศษขวดโซจูมั้ง....ตอนวิ่งเห็นขวดไรเขียวๆ ก็บอกให้เลิกลากๆตั้งนานเเล้วฟังไหมห๊ะ!" เจย์พูดเสียงเหวี่ยงเเต่ผมฟังเเล้วนิ่งไปเลย...............จริงดิ.....

".........................."

"ทำหน้าเครียดไมวะ รู้สึกผิดหรือไง ทีกวนตีนมาตั้งนานไม่รู้สึกผิดให้เร็วกว่านี้วะ"

ได้ทีเลยใส่ใหญ่เลยครับ โอเคครับ ยอมรับเลยว่าก่อนหน้านี้ผมเล่นมากไปหน่อย ก็เขาน่าเเกล้งอ่ะ ผมเเกล้งนิดหน่อยก็วีนก็เหวี่ยง พอเห็นหน้าตอนฉุนๆเเล้วมันน่าเเกล้งนี่หว่า

"ซวยชะมัด รู้ตัวไว้เลยนะว่าเป็นเพราะมึงคนเดียว!!"

เจย์ชี้หน้าผม อ้าว ซะงั้นอ่ะ กลายว่าเป็นเพราะผมคนเดียวเลย....ส่วนเขาไม่ผิดเลยเนี่ยที่เดินไปตบหัวคน อื่น...เเต่เอาเถอะครับ ไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียง ผมเองก็ยอมรับผิดว่าเเกล้งเขามากไป

"โอเค ขอโทษเเล้วกัน..." ผมพูดขึ้น เเต่เจย์ขมวดคิ้วมองหน้าผมเขม็งเหมือนจะจับพิรุธ

"เป็นเหี้ยไรอีกเนี่ย ทำเป็นขรึม ทำเป็นขอโทษ จะเเกล้งไรกูอีกป่ะเนี่ย"

"ยังจะมาระเเวงอีก เเกล้งอะไรเล่า ไม่มีอารมณ์เเกล้งเเล้วเนี่ย ลุกเร็ว เดี๋ยวไปส่งบ้าน เเต่ไปโรงพยาบาลก่อน" ผมว่า พลางลุกขึ้นยืน เเต่เขาทำท่าดื้อเเพ่งจะไม่ยอมลุกตาม

"เเผลเเค่นี้ไปไมวะ กลับบ้านไปทายาเเดงก็หาย อยากไปก็ไปเองดิ ดูสภาพตัวเองซะก่อนเหอะ คิ้วแตกเลือดอาบเชียว ฮ่าๆ”

เจย์เงยหน้ามาหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเหมือนสะใจที่เห็นผมคิ้วเเตก เเละพอเจย์พูดขึ้นมา ผมเลยเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองก็โดนมาไม่ใช่น้อย พอระลึกได้ว่าตัวเองโดนอะไรมา ความรู้สึกปวดหนึบๆเหนือตาขวาก็เเล่นริ้วขึ้นมาทันทีเลยครับ ผมลองเอามือปาดของเหลวตรงตำเเหน่งที่เจ็บขึ้นมาดู เฮ้ย เลือดจริงด้วย ไอ้ผมก็นึกว่าเหงื่อ ถึงว่าแสบตาเเปลกๆ

"เฮ้ย จ้องหน้าทำไมวะ" เจย์โวยขึ้นอีกครั้งเมื่อผมก้มลงไปดูหน้าเขาใกล้ๆอีกที เฮ้ย จะผลักทำไมเนี่ย เเค่จะดูว่าหน้ามีเเผลอะไรหรือเปล่า ก็เมื่อกี๊เขาเองก็เข้าไปร่วมวงบู๊ด้วยเหมือนกันนี่หว่า อาจจะมีเเผลอะไรก็ได้....ทีผมยังมีเลย เขาจะไม่มีเลยเหรอวะ

เเต่ก็ไม่มีครับ....โล่งอกไป

เอ๊ะ...เเล้วผมจะโล่งอกทำไมวะ....จริงๆน่าจะให้มีเเผลสักหน่อยเหมือนกันนะ ซ่าขนาดนั้นมันต้องโดนซะบ้างสิ คนอะไรวะซ่าได้ไม่ดูขนาดตัวขนาดนี้.....มันน่าจะให้บทเรียนซะบ้าง...

เเต่.....เอาจริงๆ....ไม่มีก็ดีเเล้วเเหละ

"คู่นี้ก็เเพงเหมือนกัน เอาไปเเทนคู่ที่หายไปเเล้วกัน" ผมพูดพลางถอดรองเท้าเเล้วส่งให้ มันเป็นรองเท้าผ้าใบสีดำธรรมดานี่เเหละครับ คือเคยคิดจะซื้อลายคิตตี้สีชมพูมาลองใส่เหมือนกัน เเต่ไอ้คุณเคยบอกว่าจะเลิกคบผมเป็นเพื่อนถ้าผมกล้าขนาดนั้น ผมเลยไม่ได้ซื้อ....จริงๆสารภาพว่าผมไม่ได้กลัวเสียเพื่อนหรอก เเต่ผมยังไม่เจอร้านไหนเขาทำรองเท้าลายคิตตี้ไซส์ตีนควายอย่างผมเลยนี่อ่ะดิ

เจย์ขมวดคิ้วมองรองเท้าที่ผมยื่นให้สลับกับมองหน้าผม ก่อนจะยื่นมาปัดรองเท้าออกให้พ้นทาง เเล้วยันตัวเองลุกขึ้น

"ไม่เอา ไม่ต้องมาชดใช้ ถึงจะเเพงเเต่ไม่มีคุณค่าทางจิตใจเท่าคู่นั้นหรอกเว้ย"

"ทำไม? คู่นั้นเเฟนซื้อให้เหรอไง" ผมถาม เเต่เขาเงียบไปครับ ไม่ยอมตอบ หรือว่าจะจริงวะ?

"เรื่องของกู สรุปคือไม่เอา" เจย์ว่าเเล้วทำท่าจะเดินไป เเต่ผมรั้งไว้ก่อน

"ไม่เอาก็ต้องใส่ก่อน เดี๋ยวเอาคืนตอนถึงบ้าน มีเเผลจะเดินเท้าเปล่าได้ไง" ผมวางรองเท้าไว้ตรงหน้าเขา พร้อมกับดึงเเขนไว้ด้วย ถ้าไม่ใส่ก็ไม่ให้เดินไปอ่ะเอาดิ

"ได้ดิ เฮ้ย ไม่ต้องเสียสละเลย กูไม่เอา กูไม่ใช่ผู้หญิงนะเว้ย" ดื้อเเพ่งเเถมยังมองผมหน้าตึงอีก

"ก็เห็นอยู่ว่าไม่ใช่ผู้หญิง เเต่เห็นว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้นายไม่มีรองเท้าก็เลยยกให้ เอาไปดิ"

"บอกว่าไม่เอาไงวะ!!"

เฮ้ย อะไรจะดื้อขนาดนี้วะเนี่ย!

"ถ้าไม่ใส่จะบอกย่านายให้หมดว่าวันนี้ทำอะไรมาบ้าง เเล้วไปโรงพยาบาลก่อนกลับบ้านด้วย ไม่ต้องมาเถียง ระวังเเผลติดเชื้อต้องมาตัดขาทีหลัง จากเตี้ยอยู่เเล้วจะเตี้ยกว่าเดิม"

ไม่รู้ว่าเพราะประโยคว่าจะบอกย่า หรือประโยคว่าจะเตี้ยกว่าเดิมไปสะกิดเขาเข้า เจย์ชะงักมองหน้าผมเเล้ว
สบถเเบบหัวเสีย สุดท้ายก็ยอมใส่รองเท้าผมจนได้ ผมได้ยินเสียงบ่นงุบงิบๆ จับใจความได้ประมาณว่า 'เฮอะ ไอ้ตุ๊ดขี้ฟ้อง" กับ "โ่ด่ สูงหน่อยทำเป็นข่ม"

เเล้วผมกับเจย์ก็เดินออกไปเรียกเเท็กซี่ ก่อนจะบอกเป้าหมายคนขับเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเเถวนั้น นึกไม่ออกเลยว่าถ้าไอ้คุณเห็นสภาพผมตอนนี้เเล้วจะหัวเราะเยาะขนาดไหน


เฮ้อ....เจอกันวันเเรกก็เลือดตกยางออกขนาดนี้ วันหน้าจะรอดไหมวะเนี่ยกู


+++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

.

.

.


"อย่าลืมนะเว้ยยย JuntodaK พาสอารายยยยย"


"เออๆ กูรู้เเล้วๆ นอนๆไปได้เเล้วมึง" ผมพยายามหลอกล่อให้มันนอนครับ พลางรับปากไปด้วยว่าจะไม่ลืมทำภาระกิจที่มันฝากฝังไว้ เเม่ง เมาเเต่ยังไม่ลืมสั่งให้ไปเก็บผัก ก็เกมส์ใน Face book ที่มันติดน่ะเเหละ ผมจะบ้าตาย

กว่าจุนซูมันจะยอมนอนโดยดีได้เล่นเอาเหนื่อย ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ใหญ่ธ