[2PMFic] Ranma3/4 : EP10,KD&TJ

posted on 25 Feb 2010 18:55 by 2pmtime
 
 
 
update 100 % 

Jay + Wooyoung
 
 

 
  
 
Ranma 3/4

Couple : Taecyoen X Jay ,

Nichy X Wooyoung X Chansung X Junho

Writer : diy (ดีไอวาย)

 

 

สารบัญ

[2PMFic] Ranma3/4 : Intro,TJ&KD

[2PMFic] Ranma3/4 : EP1,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP2,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP3,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP4,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP5,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP6,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP7,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP8,KD&TJ

[2PMFic] Ranma3/4 : EP9,KD&TJ

 

 

Chapter 10

 

"ห๊ะ! จะให้มันนอนห้องเดียวกับผมเนี่ยนะย่า!!"
"ก็มันดึกมากเเล้ว คอนโดน้องเขาอีกไกล ให้น้องนอนด้วยไม่เห็นเป็นไรนี่ เตียงเราก็ออกจะกว้างไม่ใช่หรือ"
"เเต่!"
"ไม่ต้องเเต่ ดูสิไปเที่ยวกันอีท่าไหน พาน้องไปหัวร้างข้างเเตกขนาดนี้"
"ก็มันบอกย่าเเล้วนี่ ว่ามันซุ่มซ่ามทำตัวเอง ผมเกี่ยวที่ไหนล่ะ!"

ผมโวยวาย แต่ยังไงย่าก็ไม่ฟังผมเลย ยังยืนยันว่าจะให้ไอ้ดำมันค้างที่นี่ แถมผมต้องแบ่งห้องนอนให้ด้วย!

ผมออกอาการตาขวาง น้ำลายยืด คันปากอยากเห่ากรรโชก  แต่ทำไม่ได้เพราะย่ามองอยู่ เลยได้แต่หันไปส่งสายตาอาฆาตให้ไอ้ตัวสาเหตุ แอบเห็นมันหันมายักคิ้วและทำหน้ากวนประสาทใส่เหมือนเป็นผู้ชนะ โธ่เว้ย!! น่าโมโหชิบ!!

ผมเดินนำมันขึ้นบันไดไปที่ห้องนอนอย่างไม่เต็มใจ นึกอยากให้ไอ้คนที่เดินตามหลังมันโง่งี่เง่าสะดุดตกลงไปคอหักตายให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ได้แต่หวังล่ะนะ มันเล่นเดินไปหน้าตาหลั่นล้าซะขนาดนั้น แค่จะได้นอนห้องกู อารมณ์ดีเหลือเกินนะมึง!!

จริงๆก็ดึกป่านนี้แล้วแท้ๆ ทำไมย่ายังไม่นอนก็ไม่รู้ แต่ยังไงทั้งหมดก็เป็นความผิดไอ้แทคยอน! นี่ถ้ามันยอมเอารองเท้าคืนไปแล้วนั่งแท็กซี่กลับบ้านเลยก็หมดเรื่องแล้ว เอาแต่ยืนยันให้ผมใส่รองเท้ามันจนกว่าจะเข้าตัวบ้านอยู่ได้ ย่าเลยเจอมันเลยดูเดะ! แล้วพอย่าเห็นมันมีแผลเข้าหน่อยนะ ตกใจโอ๋กันใหญ่ หมั่นไส้มันว่ะ หลานแท้ๆก็ไม่ใช่ แถมย่าไม่เห็นจะสนใจผมเลย สังเกตบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ว่าผมก็บาดเจ็บเหมือนกัน แต่คงไม่เห็นหรอก ยังไงผมก็เป็นหลานที่ย่ารักน้อยกว่าไอ้คนนอกนี่อยู่แล้วนี่!!

“นี่ ทำหน้าบูดเป็นตูดลิงเชียวนะ เฮ้ ใจกว้างหน่อยสิ แค่นอนตอนเช้าก็ไปแล้ว เห็นสภาพฉันไหมเนี่ย ระบมไปทั้งตัว เเถมคิ้วยังแตกต้องเย็บตั้งสองเข็ม ทุกอย่างมันเป็นเพราะนายเลยนะ”

ไอ้ดำมันชี้ๆไปที่คิ้วมันเหมือนแสดงหลักฐานประกอบคำพูด….แล้วไงวะ! เป็นเพราะมันมากวนประสาทผมก่อนไม่ใช่หรือไงล่ะ! อีกอย่างผมก็เจ็บเท้าเพราะมันเหมือนกันน่ะแหละ เพียงแต่ไม่หนักถึงขนาดต้องเย็บเหมือนมัน

ผมหัวเสียเกินกว่าจะต่อล้อต่อเถียง และผมก็เริ่มรู้ว่าเถียงกับมันไปก็เท่านั้น (กูแพ้ตลอดอ่ะ) เลยทำเป็นไม่สนใจว่ามันจะพล่ามอะไรบ้าง ทำเป็นหูทวนลม เปิดประตูห้องแล้วเดินตรงไปที่เตียงตัวเอง น้ำไม่อาบแล้ว เซ็ง! นอนดีกว่าเว้ย! อย่างน้อยตอนหลับก็ไม่ต้องเห็นหน้าไอ้บ้านี่ เหนื่อยว่ะ เจอมันแค่วันเดียวทำไมเหมือนโดนมันจองล้างลองผลาญมาร่วมชาติเลยวะ

ผมกระโดดขึ้นเตียงแล้วคว้าเอาหมอนข้างมากั้นกลางเพื่อสร้างอาณาเขต ใจจริงอยากจะหนีไปนอนห้องเดียวกับควอน แต่เดี๋ยวมันจะหาว่าผมป๊อดเปล่าๆ ไม่มีทางซะหรอก สิ่งที่ผมเกลียดที่สุดในโลกคือการที่คนอื่นจะมองว่าผมอ่อนแอนี่แหละ!!

“นอนอยู่แค่ฝั่งมึงนะ ไม่งั้น…..” ผมทำท่าปาดคอเป็นตัวอย่างให้มันดูว่ามันจะเจออะไรบ้างถ้ากล้าแหยมมาเขตผม ผมได้ยินมันเออออตอบรับแต่เสียงเหมือนกำลังกลั้นหัวเราะ…อะไร มึงขำอะไรของมึง มีอะไรตลกวะ!!

ผมมองมันเขม็ง แต่ไม่….ไม่ต้องไปสนใจ อย่าไปสน ปาร์ค แจบอม มันแค่อยากยั่วโมโหนายเล่นเท่านั้น อีกไม่กี่โมงก็เช้าแล้ว ถ้าผมโวยวาย คนที่แพ้ก็จะเป็นผม เพราะงั้นต้องนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว นอนดีกว่า แต่ในขณะที่ผมกำลังจะเข้าโหมดชัทดาวน์ ใกล้จะปิดตาอยู่แล้วเชียวดันเห็นไอ้แเทคยอนกำลังทำท่าจะถอดกางเกงลง

"เฮ้ย!" ผมกระเด้งตัวขึ้นมาทันที "ทำอะไรวะ!!!"
"ก็ไม่อยากใส่ยีนส์นอนอ่ะ อึดอัด" มันว่าหน้าตาเฉย แต่ตอบได้ตอแหลชะมัด ใส่ยีนส์อึดอัดแล้วไง เมื่อกี๊กูเห็นนะว่าเมิงจะถอดบ๊อกเซอร์ด้วยอ่ะ!!
"ห้ามถอดเด็ดขาดนะ! ใส่กลับเข้าไปเดี๋ยวนี้!!”

“อ่ะแน่~ที่มาห้ามเพราะกลัวเห็นเรียวขาของแทคซี่แล้วจะอดใจไม่ไหวใช่ไหมฮ้า” มันถามพลางกัดริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะยกขาพาดกับเตียงแล้วเอามือลากไล้ต้นขาเหมือนยั่วผม ซึ่งดูยังไงก็ไม่เซ็กซี่แต่เซ็กเสื่อมอย่างแรง!

ผมทำท่าจะอ้วกใส่มัน แม่ง….อคแทคยอน โหมดตุ๊ดแตกก็กลับมาอีกแล้วครับ ไอ้ผมก็หลงนึกว่าอาการแต๋วของมันจะกระเด็นหายไปตอนโดนสิบสองตีนยำเสียอีก เห็นทำเเมนทำเครียดไม่ออกอาการอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็ภาพลวงตาชัดๆ!!

“ต้องเลือกแล้วล่ะว่ามึงจะยอมนอนอย่างอึดอัด หรืออยากโดนกูอัด!” ผมถามมันเสียงเหี้ยม พร้อมกับหักข้อนิ้วข่มขู่ มันยิ่มเผล่ทำท่าเป็นยกมือยอมแพ้
 
“เอางี้ คนละครึ่งทาง ฉันจะใส่บ๊อกเซอร์ไว้ โอเคป่ะ” มันไม่รอคำตอบผมครับ พูดจบถอดยีนส์ปั๊บแล้วก็กระโดดขึ้นเตียงเลย ผมฮึดฮัดทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้เลยตามเลย

"เฮ้ย มึงไม่ต้องกระดึ้บมาเลยนะ เป็นหนอนเหรอไงจะกระดึ้บ ๆมาใกล้ทำไมวะ!!"
“ก็หนาวอ่ะ เล่นเอาผ้าห่มไปคนเดียวเลยอ่ะ”
“หนาวก็เรื่องของมึงดิ ถ้าเขยิบมาใกล้อีก โดนแน่!!”
“เย็นชาชะมัด รู้งี้ตอนหนีไม่พาวิ่งมาด้วยซะก็ดี” มันทำเสียงตัดพ้อ เฮอะ แต่ใครขอให้ช่วยพาวิ่งล่ะ ผมไม่ได้บอกให้ช่วยเสียหน่อย

แต่…..เอาจริงๆนะพูดก็พูดเถอะเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยว่ะ ที่มีคนพาวิ่ง…

ไม่รู้สิ อาจจะเป็นเพราะปกติผมตัวคนเดียวอยู่แล้วมั้ง คือผมมันคนประเภท bad at relationship แถมยังหาเรื่องเก่ง เลยมีเพื่อนน้อยขนาดที่ว่ายกมือข้างเดียวมานับแล้วนิ้วยังเหลือ…

ที่ซีแอทเทิลคนที่เรียกว่าเป็นเพื่อนจริงๆก็คง…ยูนมั้ง แต่ที่จริงยูนก็เหมือนพี่ชายมากกว่า ส่วนที่เกาหลีก็มี อูยอง กับ ชานซอง จริงๆกับไอ้ชานซอง ผมไม่ได้ตั้งใจจะคบกับมันหรอก และมันก็คงไม่ได้ตั้งใจจะคบกับผมเหมือนกันแหละ เพราะอูยองออกมาเจอผม มันก็เลยออกมาด้วย ผมกับมันเลยกลายเป็น friend by default ไปอย่างช่วยไม่ได้
 
นั่นแหละ…ผมมีเพื่อนอยู่แค่นั้นจริงๆ
ถ้าถามว่าเหงาไหมน่ะเหรอ?......
จริงๆผมก็ชินซะแล้วกับการอยู่ตัวคนเดียว…ทำอะไรคนเดียว

เพราะงั้นการที่มีใครสักคนมาพาผมวิ่งในสถานการณ์อย่างนั้นมันก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน

ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรบางอย่างไปเรื่อยเปื่อย เสียงสวบสาบก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
 
"ฆ่าซะเลยดีไหม"

ผมพูดเสียงเหี้ยม เมื่อมือของไอ้บ้าบางตัวเริ่มลามมาใกล้ท่อนแขน ทันใดนั้นไอ้คนที่แกล้งหลับมันก็รีบหดมือกลับด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะแกล้งเนียนทำเป็นคว้าเอาหมอนข้างที่ผมกั้นเอาไว้ไปกอดแทน

ผมได้ยินเสียงหัวเราะลอยมาในอากาศ สนุกเหลือเกินนะแกล้งกูเนี่ย

“แม่ง กูไปนอนห้องควอนดีกว่า” ผมลุกพรวด พอกันทีอีก้งอีโก้ไม่สนแล้วเว้ย! ช่างแม่งแล้ว นอนกับมันนี่ผมอาจจะบ้าเนื่องจากสติแตกได้

“เฮ้ย เมื่อกี๊ล้อเล่นน่า” มันกระเด้งตัวขึ้นมาคว้าข้อมือผมไว้ทันก่อนที่ผมจะลงไปจากเตียง ผมขมวดคิ้วมองเขม็งไปที่มือที่มันจับ…เฮ่ย มึงปล่อยเลยนะมึงปล่อย

"ถามจริง กลัวอะไร ไม่ทำอะไรหรอกน่า คิดว่าฉันจะลักหลับนายหรือไง ดูละครมากไปเปล๊า” ท้ายประโยคขึ้นเสียงสูง กวนแล้วมึงกวนแล้ว ยังมีหน้ามาพูดงี้อีกนะ พฤติกรรมมึงเห็นอยู่ชัดๆยังมีหน้ามาแถ!

“จะมีอะไรมารับประกันว่าตอนกูหลับมึงจะไม่ทำอะไรบ้าๆวะ!”
“ก็เอางี้ดิ ถ้านายกลัวว่าฉันจะปล้ำ นายก็ชิงปล้ำฉันก่อนดีป่ะ สมัยนี้ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบน่ะ"

ผมชูนิ้วกลางใส่มัน แทนคำพูดว่า กูไม่ขำกับมุกสิ้นคิดของมึงสักนิด

ผมลุกขึ้นแต่ไอ้ดำมันก็ยังพยายามจะรั้ง โว้ย ไอ้นี่มึงจะอะไรกับกูนักหนาวะเนี่ย เดี๋ยวพ่อก็ฆ่าหมกใต้เตียงให้รู้แล้วรู้รอด!!

“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วจริงๆ เมื่อกี๊หยอกเล่นเฉยๆ จริงๆ สาบานเลยเอ๊า ไม่แกล้งแล้วจริงๆ”

ผมมองมันอย่างชั่งใจ…จริงๆก็ไม่อยากเสียอีโก้ไปนอนห้องควอนนักหรอก ไม่รู้ว่าจะบอกเหตุผลที่ไปเคาะประตูห้องน้องมันตอนตอนดึกดื่นยังไง…พี่กลัวตุ๊ดปล้ำว่ะ…งี้เหรอ…โคตรเสียเซลฟ์อ่ะ

“ถ้าเกิดคราวนี้มึงแกล้งกูอีกนะ” ผมหันซ้ายหันขวาหาอะไรบางอย่าง แล้วผมก็เห็นสิ่งนั้นอยู่ตรงหัวเตียง ผมเอื้อมไปคว้ามันมา ไอ้แทคยอนมองนาฬิกาปลุกในมือผมอย่างงงๆ

“กูมีอาวุธ…”

ผมพยายามข่มขู่มันทางสายตา แต่ไอ้แทคยอนมันหัวเราะพรืด ไรวะ! มาหัวเราะอาวุธกูเหรอ หัวเราะได้หัวเราะไป ถ้ามึงแหยมปุ๊บกูฟาดปั๊บอ่ะ คอยดูแล้วกัน!…นอกจากคิ้วแตกแล้วรับรองได้หัวแตกแน่!

ผมเอนหลังลงนอนเหมือนเดิม กระชับนาฬิกาปลุกในมือไว้มั่น กะว่าเตรียมพร้อมเต็มที่ ไอ้แทคยอนมันกวนเมื่อไหร่ฟาดเมื่อนั้น
.
.
.
.

“นี่……” ในขณะที่ผมกำลังจะหลับตายังอุตส่าห์ได้ยินเสียงมันพูดขึ้นเบาๆ
.
.
.
.
“ถ้าคืนนี้อยากจะสร้างความทรงจำยากจะลืมเมื่อไหร่ สะกิดได้ตลอดเวลานะฮ้า"
.
.
.
.
.
อืมมมม ขนาดมองไม่เห็นหน้า ภาพมันสะดิ้งยังลอยมาเข้าหัว…

แม่งเอ๊ย~…..ฟาดมันสักทีดีไหมครับ ?


++++++++++++++++++++++++++++++++++
 


 
 

 
 
 
โอ๊ย!!

ผมสะบัดมือ นิ่วหน้า แม้จะประตูจะไม่ได้หนีบแรงจนทำให้ห้อเลือดแต่ก็ทำให้ปวดหนึบขึ้นมาอย่างน่าหงุดหงิด แค่ปิดประตูบ้านเฉยๆทำยังไงให้ประตูหนีบวะเนี่ย!

ตึง!!

ผมกระโดดเหย็งๆ ครางออกมาด้วยความเจ็บปวด ก้มโค้งเอามือกุมหน้าแข้ง เพราะดันเดินไปฟาดเข้ากับขอบโต๊ะซะได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยชน มาชนอะไรตอนนี้วะ

โครม!!

จางอูยองเอ๊ย เปลือกกล้วยอันเบ้อเร่อไม่เห็น เหยียบเข้าไปก็ลื่นล้มก้นจ้ำเบ้าสิวะ ไอ้ชานซองกินทิ้งไม่เป็นที่อีกแล้วใช่ไหมวะเนี่ย!!
 
 
 
"เออ! เอาเข้าไปกู เอาเข้าไป!!!"
 
 
ผมลุกขึ้นยืนแล้วสบถอย่างหงุดหงิด กูหนอกู วันนี้ทั้งวันจะเก็บสแปร์ซวยเอาให้ขึ้นกินเนสบุคเลยไหมครับมึงครับ !

เฮ้อ…คิดแล้วหงุดหงิด ผมเดินเขยกเข้าไปนั่งที่โซฟา พยายามไม่สนใจคนบางคนที่เดินหน้าหงอยๆตามหลังมา ใช่ครับ มันคือไอ้ฮวางชานซอง และตอนนี้ผมแบนมันอยู่ อย่าถามเหตุผลว่าเพราะอะไร ดูปากผมที่เจ่อเพราะมันซะก่อน ขอบอกว่านี่ไม่เลิกคบก็ใจกว้างมากแล้วนะเว้ย!

“อูด้งอ่า….”
“อย่าเข้ามา… ทิ้ง space ไว้สามเมตรไอ้น้อง”

ผมรีบพูดดักมันทันทีที่เห็นคนบางคนทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้ ได้ยินเสียงครางประท้วงลอยมา ผมทำเป็นเมินเเล้วก็ไถลตัวนอนกับโซฟา หยิบหมอนอิงที่อยู่เเถวนั้นปิดหู ไม่ต้องมาเรียก ไม่ได้ยิน ไม่ฟัง เคือง กำลังโกรธบอกแล้วว่าแบน…ห้ามเข้าใกล้เกินสามเมตรเว้ย!!

ไอ้ชานซองหางหูลู่ตกเหมือนลูกหมาโดนทิ้ง แต่ก็ยอมอยู่ๆห่างๆตามที่ผมประกาศไว้ เออดี ให้มันรู้ซะบ้างเวลา จางอูยองโกรธมันเป็นยังไง!!

ก็ผมโกรธอ่ะผมโกรธ !!

มันมาจูบผมต่อหน้าคนอื่น!! บอกแล้วถ้าเมาไปเมาไกลๆ!!
เคยฟังกันบ้างไหม!! ในเมื่อไม่ยอมฟัง เพราะฉะนั้น….แบน!!!!!!

แต่นอนเก๊กขรึมอยู่บนโซฟาได้ไม่นาน สุดท้ายก็ต้องนิ่วหน้า เพราะความเจ็บที่แล่นริ้วขึ้นมาทำให้ผมก้มไปมองนิ้วตัวเองที่โดนประตูหนีบเมื่อกี๊ แม่งบวมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ เข่าที่โดนกระแทกก็แดงเลย และอย่าถามถึงก้นกบที่ระบมเลยนะ ขนาดนอนบนโซฟานุ่มๆยังปวด แม่งกูเอ๊ย ซวยจนวินาทีสุดท้าย!!

เฮ้อ…อย่างนี้ต้องเรียกว่าเป็นวันสังสรรค์กับไอ้เมอร์ฟี่ชัดๆ!!!
ไอ้เมอร์ฟี่เวร ทั้งหมดนี่เพราะมึงคนเดียว!!!

อ่า…งงอ่ะดิว่าเมอร์ฟี่เป็นใคร แล้วทำไมผมต้องไปโทษมัน
นี่พวกคุณไม่เคยได้ยินเรื่องกฎของนายเมอร์ฟี่เหรอครับ?
หืม ไม่เคยเหรอ…เอางี้ สำหรับคนไม่เคยรู้ว่าเมอร์ฟี่เป็นใคร ตั้งกฎอะไร....ผมขอเเนะนำให้รู้จักนิยามของกฎของมันอย่างง่ายๆเลยเเล้วกัน.....

กฏของเมอร์ฟีย์.....
.......มันคือกฎเเห่งความซวยซ้ำซากครับ.....


กฎที่ว่าเนี่ย พูดไว้ว่าถ้ามีความเป็นไปได้ที่คุณจะถึงคราวซวยเมื่อไหร่ รับรองเลยว่าความซวยเหล่านั้นมันจะพุ่งเข้าหาคุณอย่างสูงสุดเท่าที่มันจะเป็นไปได้

แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมมีหลักฐานมายืนยันด้วยตัวอย่างชีวิตผม ผู้ซึ่งโคตรจะซี้ย่ำปึ้กกับไอ้กฎนี่อย่างกับแฟนพันธุ์แท้!

คือปกติเนี่ยผมขับรถมาก็นานนนน ร้อยวันพันปียังไงก็ไม่เคยจะชนครับ แต่พอรีบๆไปรับพี่เจย์เสือกชนขึ้นมาซะงั้น ไอ้ชนอ่ะไม่เท่าไหร่ แม่งควายชนเฟอรารี่! แม่งเอ๊ย ชนทีมึงเอาซะแพง รถขนผักไรงี้กูจะไม่ว่าเลย จากจนอยู่แล้วก็ต้องมาเป็นหนี้อีก แถมเจ้าหนี้ก็โหด พอกะชิ่ง ตกดึกยังมาซวย อยู่ๆลากเจ้าหนี้เข้าส้วมไม่ดูตาม้าตาเ